Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดเอกชนสงขลาแนะรบ.ผุดท่าเทียบเรือแห่งใหม่รองรับเรือสำราญกลุ่มกำลังซื้อสูงกระตุ้นศก.

เอกชนสงขลาแนะรบ.ผุดท่าเทียบเรือแห่งใหม่รองรับเรือสำราญกลุ่มกำลังซื้อสูงกระตุ้นศก.

-

หอการค้าจังหวัดสงขลาเสนอโปรเจ็กต์ ตลาดใหม่“ท่องเที่ยวทางน้ำ East Asia ” สร้างจุดแวะพักรองรับเรือสำราญกลุ่มนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูง จากกลุ่มประเทศอินเดีย สิงคโปร์ ตะวันออกกลาง EU ล่องผ่านทะเลอ่าวไทย จ.สงขลา ถึงเกาะสมุย แหลมฉบัง ไต้หวันญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง มาเก๊า รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวตอบรับร่วมผลักดันรองนายก รมว.คมนาคม

นายทรงพล จังศิริวัฒนธำรง ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประชุมรับฟังความคิดเห็นและกำหนดแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยว จ.สงขลา ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ซึ่งทางหอการค้าจังหวัดสงขลา จึงได้เสนอการท่องเที่ยวทางน้ำ

โดยได้มีการศึกษาและพบศักยภาพจึงมีการนำเสนอคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดสงขลา (กรอ.) ในปี 2567 โดยการสร้างจุดจุดแวะพัก Port of Call รับเรือสำราญ (Cruise) บริเวณหลังเกาะหนู จ.สงขลา ทะเลฝั่งอ่าวไทย โดยต้นทาง Hom Port และทางสายการบินนานาชาติระดับโลกของประเทศสิงคโปร์

“ซึ่งเป็นท่องเที่ยวมิติใหม่ของ จ.สงขลา จะรองรับนักท่องเที่ยวจากประเทศสิงคโปร์ที่เดินทางเข้ามากับสายการบินจากกลุ่มประเทศ EU สหภาพยุโรป กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง และประเทศอินเดีย ฯลฯ ท่องเที่ยลงเรือสำราญ ประมาณ 3,000 – 4,000 คน ที่ล่องทางน้ำท่องเที่ยวผ่าน จ.สงขลาไปเฉย แล้วไปแวะพัก เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี แหลมฉบัง จ.ชลบุรี ก่อนเดินทางไปกลุ่มประเทศ East Asia ไต้หวัน เกาหลี มาเก๊า ฮ่องกง ฯลฯ และการท่องเที่ยวทางน้ำที่ล่องผ่าน จ.สงขลา ก็ขยายตัวเติบโตขึ้นทุกปี”

นายทรงพล กล่าวอีกว่า เรือสำราญลำใหญ่มีนักท่องเที่ยวประมาณ 3,000 – 4,000 คน ลงจุดแวะพักท่องเที่ยวประมาณ 1 วัน สัก 2,000 คน / รอบ จะมีเงินหมุนสะพัดประมาณ 6-8 ล้านบาท กลุ่มนี้จะมีกำลังซื้อสูงกว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วไป และนักท่องเที่ยวที่ข้ามแดนมาจากประเทศมาเลเซีย เท่ากับ จ.สงขลา มีกลุ่มตลาดใหม่จากที่ไม่มี”

และจากการศึกษาวิเคราะห์พบว่า จ.สงขลา ว่าสามารถมีเส้นทางการท่องเที่ยวที่จะเลือกดึงนักท่องเที่ยวได้ เช่น เมืองอารยธรรมโบราณ เมืองประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม เมืองเก่า ท่องเที่ยวชุมชน โดยมีเรื่องราวที่จะนำมาบอกเล่า ซึ่งทางองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท) ได้มีการศึกษาความเป็นไปได้ โดยมีข้อมูลทางการวิชาการวิเคราะห์

นายทรงพล กล่าวอีกว่า และท่องเที่ยวทางน้ำทาง จ.สงขลา ยังได้นำเข้าที่ประชุม ครม. ปี 2568 สมัย นส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยเป็นมติ ครม.รับไปดำเนินการและได้มีความคืบหน้าไประดับหนึ่ง และทาง นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ตอบรับว่าจะไปดำเนินการ เพราะทางกระทรวงการท่องเที่ยวมียุทธศาสตร์อยู่แล้ว โดยจะผลักดันร่วมกับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งจะเกี่ยวข้องกันกับกระทรวงคมนาคมโดยตรง เกี่ยวกับโครงพื้นฐานสร้างจุดแวะพักทางน้ำ

ส่วนการบริหารจัดการหลังท่า เมื่อนำท่องเที่ยวจากเรือสำราญขึ้นบกที่ริมแหลมสนอ่อน หาดสมิหลา อ.เมืองสงขลา ก็มีทางเลือกจะท่องเที่ยวเส้นทางเมืองสิงหนคร หรือเมืองหาดใหญ่ ฯลฯ ระยะ 1 วัน ทั้งนี้จะต้องมีการออกแบบและการบริหารจัดการ ฯลฯ จะต้องมีขั้นตอนที่จะต้องยกระดับพัฒนาความเป็นมาตรฐานคุณภาพประสิทธิภาพอย่างรอบด้าน

“จากกาศึกษาจุดแวะพักทางน้ำรองรับนักท่องเที่ยวเรือสำราญทะเลฝั่งอ่าวไทย จ.สงขลา ในตอนนั้นใช้งบประมาณการลงทุนสร้างท่าเรือขนาดเล็กจุดแวะพักประมาณ 300 ล้านบาท พร้อมกับการยกระดับพัฒนา ประมาณ 500-600 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลงทุนที่ไม่ใหญ่ แต่ในเชิงการลงทุนจากภาคเอกชน หากเป็นโครงการที่ชัดเจนยั่งยืน เพราะเป็นการลงทุน Longterm จะกล้ามีความเสี่ยงหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับระเบียบกฎเกณฑ์” นายทรงพล กล่าว.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

สืบสานตำนาน “รำมวยโบราณสกลนคร” เชิดชูบรมครู ‘จำลอง นวลมณี’ต่อยอดมรดกไทยสู่หลักสูตรท้องถิ่น

"​สกลนคร"ถือเป็นเรื่องราวที่สร้างความภาคภูมิใจและรอยยิ้มให้กับชาวสกลนครเป็นอย่างยิ่ง เมื่อกลุ่มศิษยานุศิษย์ของ "คุณตาจำลอง นวลมณี" บรมครูแห่งศาสตร์และศิลป์มวยโบราณสกลนคร (บุคคลดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม สาขาการแสดงพื้นบ้านและนันทนาการ ประจำปี ๒๕๒๙) ผู้ริเริ่มประดิษฐ์คิดค้นท่า “รำมวยโบราณ” อันเป็นเอกลักษณ์ ได้ผนึกกำลังครั้งสำคัญเพื่อต่อลมหายใจมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าแขนงนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาและยั่งยืนอีกครั้ง ​จากจุดเริ่มต้นของการรวบรวมข้อมูลและจัดทำผังสาแหรกผู้สืบทอดวิชาในรุ่นต่างๆ ล่าสุด คณะศิษย์ที่ยังคงสืบทอดเจตนารมณ์ ได้ร่วมกันจัดตั้ง "ชมรมมวยโบราณสกลนคร" ขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยได้รับการสนับสนุนและการรับรองจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร ให้เป็นเครือข่ายทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง พร้อมเปิดประตูแห่งการเรียนรู้ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้การแสดง “รำมวยโบราณ” ให้แก่นักเรียน...