Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดส่องแสงไฟ เทศกาลคริสต์มาสห้างกลางกรุง ระยิบระยับ..รับความสุขส่งท้ายปี

ส่องแสงไฟ เทศกาลคริสต์มาสห้างกลางกรุง ระยิบระยับ..รับความสุขส่งท้ายปี

-

เดือนธันวาคมของทุกๆปี ถือว่าเป็นเดือนแห่งความสุข ที่มีการเฉลิมฉลองเพื่อเข้าสู่เทศกาลคริสต์มาส และส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่แบบไทยๆ ช่วงนี้ไปไหน มาไหนตามห้างสรรพสินค้า จะมีการประดับ ประดาไฟต้นคริสต์มาส โชว์แสง สี เสียงกันอย่างคึกคัก

การประดับตกแต่งต้นคริสต์มาส ในเทศกาลแห่งความสุข ไม่มีอะไรตายตัว ว่าห้ามแขวนอะไรพิเศษ เนื่องจากเทศกาลคริสต์มาสมีประวัติและที่มาเกี่ยวกับการรับของขวัญจากซานตาคอส จึงเกิดความเชื่อที่ตกทอดกันมายาวนาน บางแห่งอาจเห็นแขวนถุงเท้า เพื่อรอรับของขวัญชิ้นพิเศษ บางครั้งอาจเห็นมีของขวัญมาใส่ที่เราอาจไม่รู้ตัว

บางท้องที่ อาจมีกระดิ่งสีสันต่างๆ บางจุดมีผลไม้สีแดง ดวงดาว ตกแต่งอย่างหรูหรา ชวนน่าชม ซึ่งที่มาของการประดับต้นคริสต์มาสมีมานับร้อยปี ตามความยึดถือที่สืบทอดมาของชาวคริสต์ จริงๆแล้ว ต้นคริสต์มาสคือ ต้นสน ถือว่าเป็นไม้ยืนต้น เนื่องจากไม้ประเภทนี้ จะไม่มีการผลัดใบ ไม่เหมือนต้นไม้ทั่วไปในแถบซีกโลกเหนือ เปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลือง สีแดง จากนั้นใบจะร่วงหล่นไปในฤดูหนาว แต่ดูเหมือนว่าต้นสน จะมีความคงทน ไม่ว่าจะเจออากาศร้อนจัด  เจอฝน อากาศหนาว เจอหิมะขาว แต่ต้นสนยืนต้นอยู่ได้อย่างแข็งแรง

ไม่เพียงแค่ตามแหล่งชุมชนเมือง ด้านหน้าห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร แม้แต่ในบ้าน ยังนิยมติดตั้งกัน ประดับแสงไฟระยิบระยับ สร้างความงดงามตระกาลตาในเทศกาลแห่งสุข ปีนี้การตกแต่งต้นคริสต์มาส ยังดูคึกคัก โดยเฉพาะตามห้างดังของกรุงเทพฯ มีการลงทุนประดับดา ออกแบบต้นคริสต์มาสใช้ทุนสูง

ทั้งนี้ บางคนมีความเชื่อว่า ความเขียวขจีของต้นสนและของตกแต่ง แสดงถึงความหวัง ความสุข ยังมีกิ่งไม้และผลไม้ ที่จะต้องปกป้อง คุ้มครองภัยจากภูตผี ปีศาจ แม่มด และป้องภัยจากโรคร้ายอีกด้วย โดยเฉพาะในฤดูหนาว ในวันที่อากาศหนาว เย็น และเวลากลางคืน “วันเหมายัน” คนโบราณเชื่อว่า เป็นวันที่เทพเจ้า อ่อนแอและมักเจ็บป่วยจากความเขียวขจี

 

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

มันสมองสองมือพลิกดินทรายแห้งแล้ง สร้างสวนทุเรียน เนื้อครีมมี่ เปลือกบาง เม็ดลีบ

ใครจะไปเชื่อว่าพื้นที่ดินทรายอันแห้งแล้งในภาคอีสานจะสามารถเนรมิตให้กลายเป็นสวนทุเรียนเกรดพรีเมียมได้สำเร็จ แต่นางนงนุช ศุภคุณากร อายุ 53 ปี เกษตรกรเจ้าของ "ฟาร์มทุเรียนคุณปู่" ตั้งอยู่ที่บ้านหนองไม้ตาย ตำบลมะเกลือเก่า อำเภอสูงเนิน จังหวัดนนครราชสีมา ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วด้วยผลสำเร็จในการพลิกฟื้นผืนดินทรายกว่า 50 ไร่ ให้กลายเป็นแหล่งปลูกทุเรียนคุณภาพเยี่ยมเกือบ 500 ต้น ซึ่งในฤดูกาลนี้พร้อมเปิดสวนต้อนรับนักท่องเที่ยวและคอทุเรียนให้ได้มาลิ้มลองรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ นางนงนุช เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของฟาร์มทุเรียนคุณปู่ว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ผืนดินตรงนี้เดิมทีคุณปู่เคยใช้ปลูกต้นสักมาก่อนแต่ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากต้นสักยืนต้นตายทั้งหมด...