Google search engine
หน้าแรกUncategorizedสุดยิ่งใหญ่!สืบสานตำนานพันปีประเพณีไหว้พระธาตุ ปราสาท กระตุ้นศก.

สุดยิ่งใหญ่!สืบสานตำนานพันปีประเพณีไหว้พระธาตุ ปราสาท กระตุ้นศก.

-

ผู้ว่าฯศรีสะเกษ ลั่นฆ้อง-กลอง-ระฆัง เปิดงานสืบสานตำนานพันปีประเพณีไหว้พระธาตุ ปราสาทบ้านปราสาท อ.ห้วยทับทัน สุดยิ่งใหญ่

เมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2569 ที่ปราสาทบ้านปราสาท ต.ปราสาท อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผวจ.ศรีสะเกษ เป็นประธานเปิดงานสืบสานตำนานพันปีประเพณีไหว้พระธาตุ ต.ปราสาท ประจำปี 2569 โดยมี นายตระการ ชาลี นายอำเภอห้วยทับทัน พร้อมด้วย นายสมนึก ธรรมชาติ นายก อบต.ปราสาท หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับและร่วมกิจกรรม

ภายในงานมีกิจกรรม ประกอบด้วย การฟังพระธรรมเทศนาทุกคืน ซึ่งเป็นวันมาฆบูชา กิจกรรมประกอบไปด้วย ขบวนแห่พานไหว้พระธาตุ ขบวนแห่ข้าวจี่ ขบวนต้นเงิน พิธีทอดผ้าป่าสามัคคีข้าวเปลือก การแสดงศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่น และการเวียนเทียนและจุดเทียน 1,250 เล่ม เพื่อถวายพระอรหันต์ในวันมาฆบูชา และเวลา 20.00 น. ชมการแสดง แสง สี เสียง วัฒนธรรมย้อนยุค อีกด้วย

อนุรัตน์ ธรรมะประจำจิต ผู้ว่าฯศรีสะเกษ

นายสมนึก ธรรมชาติ นายก อบต.ปราสาท กล่าวว่า พระธาตุหรือปราสาทบ้านปราสาท เป็นองค์ปราสาทสามยอด ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงสี่เหลี่ยม ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว ซึ่งก่อด้วยศิลาแลง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษ ที่ 16 ในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ปราสาทบ้านปราสาทเป็นโบราณสถาน ที่มีความสำคัญในทางพระพุทธศาสนา ชาว ต.ปราสาท และพุทธศาสนิกชนทั่วไปเชื่อว่า ปราสาท 3 องค์ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ของอำเภอห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ

สมนึก ธรรมชาติ นายกอบต.ปราสาท

เมื่อปี พ.ศ. 2551 กรมศิลปากร ได้มาทำการขุดสำรวจบริเวณปราสาทและหลุมขุดค้นบริเวณด้านหลังองค์ปราสาท ในการขุดสำรวจได้พบหลักฐานทางโบราณคดีมากมาย เช่น เทวรูป กำไลสำริด ลูกปะคำสีส้ม กระสุนดินปืน เม็ดพลอย โครงการกระดูกมนุษย์โบราณ ที่มีอายุ ราว 1,500-3,000 ปี ก่อนสมัยประวัติศาสตร์ที่มีความลึก 7 เมตร และทับหลังจำนวน 4 ชิ้น ได้แก่ ทับหลังบุคลทรงโคนนทิ ,ทับหลังหน้ากาลคล้ายท่อนพวงมาลัย ,ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธิ์ และทับหลังกวนเกษียรสมุทร

โดยเฉพาะทับหลังกวนเกษียรสมุทร ที่ขุดพบที่นี่ จะเหมือนกับทับหลังกวนเกษียรสมุทรที่โคปุระ ชั้นที่ 3 ของเขาพระวิหาร คือจะมีภาชนะคล้ายโอ่งน้ำอยู่บนหลังเต่า จากการศึกษาและสำรวจของกรมศิลปากร จะไม่ปรากฎพบทับหลังลักษณะนี้ในที่ใดมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นในประเทศไทย  ประเทศกัมพูชา หรือประเทศลาว แต่ได้มาพบที่ปราสาทแห่งนี้

ซึ่งกรมศิลปากร ได้สันนิษฐานว่าผู้ที่สร้างปราสาทบ้านปราสาท กับผู้ที่สร้างปราสาทเขาพระวิหาร เป็นช่างสกุลเดียวกัน ปัจจุบันโบราณวัตถุที่ขุดพบ ถูกนำไปเก็บไว้ที่กรมศิลปากร ที่ 11 จ.อุบลราชธานี เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดีและเป็นการสักการะบรรพบุรุษ

ดังนั้นในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี ชาว ต.ปราสาท จึงได้ร่วมกันจัดงานบุญประเพณีดังกล่าวขึ้น เพื่อเป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและประเพณีในท้องถิ่น เพื่อสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนได้ตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของโบราณสถานแห่งนี้

เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างประเทศได้รับทราบว่า ปราสาทบ้านปราสาท เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางอารยธรรมที่สำคัญแห่งหนึ่งของ จ.ศรีสะเกษ

อีกทั้งยังเพื่อเผยแพร่ชื่อเสียงของ อ.ห้วยทับทัน และจ.ศรีสะเกษ ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น และเพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมกันบำเพ็ญกุศล อันจะเป็นบ่อเกิดแห่งความรักความสามัคคีและความศรัทธาที่จะทะนุบำรุงพระพระพุทธศาสนาต่อไป

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

สืบสานตำนาน “รำมวยโบราณสกลนคร” เชิดชูบรมครู ‘จำลอง นวลมณี’ต่อยอดมรดกไทยสู่หลักสูตรท้องถิ่น

"​สกลนคร"ถือเป็นเรื่องราวที่สร้างความภาคภูมิใจและรอยยิ้มให้กับชาวสกลนครเป็นอย่างยิ่ง เมื่อกลุ่มศิษยานุศิษย์ของ "คุณตาจำลอง นวลมณี" บรมครูแห่งศาสตร์และศิลป์มวยโบราณสกลนคร (บุคคลดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม สาขาการแสดงพื้นบ้านและนันทนาการ ประจำปี ๒๕๒๙) ผู้ริเริ่มประดิษฐ์คิดค้นท่า “รำมวยโบราณ” อันเป็นเอกลักษณ์ ได้ผนึกกำลังครั้งสำคัญเพื่อต่อลมหายใจมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าแขนงนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาและยั่งยืนอีกครั้ง ​จากจุดเริ่มต้นของการรวบรวมข้อมูลและจัดทำผังสาแหรกผู้สืบทอดวิชาในรุ่นต่างๆ ล่าสุด คณะศิษย์ที่ยังคงสืบทอดเจตนารมณ์ ได้ร่วมกันจัดตั้ง "ชมรมมวยโบราณสกลนคร" ขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยได้รับการสนับสนุนและการรับรองจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร ให้เป็นเครือข่ายทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง พร้อมเปิดประตูแห่งการเรียนรู้ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้การแสดง “รำมวยโบราณ” ให้แก่นักเรียน...