หน้าแรกข่าวล่าสุดสระแก้วตึงเครียด!อพยพ4อำเภอหลังเขมรระดมยิงBM-21โจมตีพลเรือน

สระแก้วตึงเครียด!อพยพ4อำเภอหลังเขมรระดมยิงBM-21โจมตีพลเรือน

-

สระแก้ว- เทศบาลเมืองอรัญประเทศ ประกาศอพยพประชาชนเป็นการด่วน หลังกัมพูชาระดมยิงจรวด BM-21 เข้าพื้นที่พลเรือน ขณะที่สถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ด้าน จ.สระแก้ว ยังทวีความรุนแรง อย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.2568  เทศบาลเมืองอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้ออกประกาศแจ้งเตือนอพยพประชาชนเป็นการด่วนที่สุด หลังมีรายงานว่า ฝ่ายกัมพูชาได้ระดมยิงจรวด BM-21 เข้ามาในพื้นที่และมีแนวโน้ม ส่งผลกระทบต่อเขตชุมชนและพื้นที่พลเรือนโดยตรง

โดยเทศบาลเมืองอรัญประเทศ ระบุว่า เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ที่ยังคงมีการปะทะและใช้อาวุธหนักอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลเมืองอรัญญประเทศ รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง รีบเดินทางอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง ไปยัง สถานที่ปลอดภัยหรือศูนย์พักพิงที่ทางราชการจัดเตรียมไว้ โดยได้มีการจัดเตรียมรถรับส่งสำหรับประชาชนที่ไม่มีพาหนะส่วนตัว

ขณะเดียวกันหน่วยงานด้านความมั่นคง ทหาร ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งกระจายกำลังดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ พร้อมอำนวยความสะดวกในการอพยพประชาชนอย่างเต็มกำลัง โดยขอความร่วมมือประชาชน อย่าตื่นตระหนก ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด และหลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าใกล้พื้นที่ชายแดนหรือจุดเสี่ยงโดยเด็ดขาด

ด้าน กองทัพภาคที่ 1ได้ขอความร่วมมือประชาชน 4 อำเภอชายแดน จ. สระแก้ว ทั้ง อ.ตาพระยา ,โคกสูง ,อรัญประเทศ และ อ.คลองหาด ไม่ให้เข้าพื้นที่พักอาศัยของตนเองและให้อพยพไปยังศูนย์พักพิงที่ทางราชการได้จัดเตรียมไว้ เนื่องจาก กองกำลังบูรพา มีการปฏิบัติการทางทหารต่อที่หมายทางทหารของฝ่ายกัมพูชาในพื้นที่ฝั่งตรงข้าม

และสถานการณ์ยังคงอยู่ในภาวะเฝ้าระวังสูง โดยขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการและแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้อย่างใกล้ชิด

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...