หน้าแรกข่าวล่าสุดโอกาสเกษตรกรไทย!เซเว่นฯดันกล้วยไทยขึ้นหิ้งขายวันละครึ่งล้านลูก

โอกาสเกษตรกรไทย!เซเว่นฯดันกล้วยไทยขึ้นหิ้งขายวันละครึ่งล้านลูก

-

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และบริการเซเว่น เดลิเวอรี เปิดเผยว่า “กล้วยเซเว่น” กลายเป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรสำคัญที่ช่วยเชื่อมโยงกำลังผลิตของเกษตรกรไทยกับตลาดค้าปลีกสมัยใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบัน เซเว่น อีเลฟเว่น รับซื้อกล้วยสดจากเกษตรกรรายย่อยและเครือข่ายผู้รวบรวมกว่า 2,200 ราย ใน 43 จังหวัดทั่วประเทศ โดยมียอดจัดซื้อเฉลี่ย 530,000 ลูกต่อวัน ส่งผลให้กล้วยกลายเป็นผลไม้ที่ทำยอดขายได้อย่างต่อเนื่องในระบบค้าปลีกสมัยใหม่

ผลผลิตกล้วยทั้งหมดผ่านกระบวนการคัดเลือก ควบคุมคุณภาพ และบรรจุมาตรฐานโดยผู้ประกอบการ SMEs ก่อนกระจายสู่ร้านเซเว่นทั่วประเทศ เพื่อตอบรับความนิยมบริโภคผลไม้ไทยที่เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกล้วย ซึ่งเป็นผลไม้ราคาประหยัด รับประทานง่าย และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเซเว่น อีเลฟเว่น จำหน่ายกล้วย 4 สายพันธุ์ ได้แก่ กล้วยหอมทอง, กล้วยน้ำว้า, กล้วยไข่ และกล้วยเล็บมือนาง โดยสองสายพันธุ์หลังมีจำหน่ายเฉพาะบางสาขา เนื่องจากปริมาณผลผลิตยังมีจำนวนจำกัด

นอกจากกล้วยสดแล้ว ผลิตภัณฑ์ “กล้วยแปรรูป” ยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิตไทย ทั้ง “กล้วยปิ้ง” และ “กล้วยปิ้งพร้อมน้ำตาลมะพร้าว” ภายใต้แบรนด์ แม่ซู่กี๊ขนมไทย ซึ่งใช้กล้วยจากแหล่งผลิตภาคกลางและภาคเหนือ พร้อมวางแผนรอบการปลูกเพื่อให้ได้ผลผลิตคุณภาพสม่ำเสมอ ขณะที่สินค้าแปรรูปอีกชนิดอย่าง “ข้าวต้มมัด” แบรนด์ เคซี ซึ่งใช้กล้วยน้ำว้าและข้าวเหนียวเขี้ยวงูจากภาคเหนือ ก็ได้รับอานิสงส์จากเทรนด์สินค้าเกษตรพร้อมรับประทาน ส่งผลให้ยอดขายเติบโตต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการรายย่อยในห่วงโซ่อุปทานระบุว่า การปรับบรรจุภัณฑ์และการเข้าถึงช่องทางจัดจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ ช่วยเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ ทำให้สินค้าเกษตรไทยมีมูลค่าสูงขึ้นและสร้างรายได้ที่มั่นคงยิ่งขึ้นให้กับเกษตรกรและ SMEs ในหลายจังหวัด

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...