Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดน้ำท่วมใหญ่สงขลายกจังหวัดกระทบหนักกว่า 4.6 แสน พื้นที่เกษตรเกือบ 4 พันไร่

น้ำท่วมใหญ่สงขลายกจังหวัดกระทบหนักกว่า 4.6 แสน พื้นที่เกษตรเกือบ 4 พันไร่

-

ผู้ว่าฯสงขลา เผย น้ำท่วมใหญ่ยกจังหวัดกระทบหนักกว่า 4.6 แสนราย วิกฤตหนัก”หาดใหญ่-รัตภูมิ-นาหม่อน-ส่วนพืชผลทางการเกษตรเสียหายกว่า 4 พันไร่

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ที่ห้องประชุมชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม จังหวัดสงขลา ประจำปี 2568 เพื่อประเมินสถานการณ์อุทกภัยที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมวางมาตรการช่วยเหลือและอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยมีคณะผู้บริหารจังหวัด ทหาร ตำรวจ ส่วนราชการ อปท. และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

นายรัฐศาสตร์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกุล ได้เน้นย้ำความห่วงใยถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยเร่งจัดตั้งศูนย์อพยพเพิ่มเติมและสนับสนุนเครื่องมือยานพาหนะที่จำเป็น เช่น รถยกสูงของทหาร รถ ปภ. เรือท้องแบน รวมทั้งร้องขอให้ทุกหน่วยงานที่มีเรือเตรียมสนับสนุนทันที เพื่อเร่งเข้าช่วยเหลือเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก  ได้ประสานฝ่ายทหารเร่งอพยพประชาชนที่ยังติดค้างตามโรงแรมต่าง ๆ หลังมีประกาศตัดไฟในบางพื้นที่

นายรัฐศาสตร์ กล่าวอีกว่า  การช่วยเหลือเบื้องต้น เหล่ากาชาดจังหวัดสงขลาและองค์การบริหารส่วนจังหวัด ได้จัดทำข้าวกล่องวันละ 20,000 กล่อง เพื่อกระจายสู่ทุกอำเภอ ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดกำชับทุกฝ่ายให้ประสานงานใกล้ชิด รับโทรศัพท์ทุกสายเพื่อให้การสั่งการของนายกรัฐมนตรีเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในส่วนของการเยียวยาหลังน้ำลดที่ต้องดำเนินการทันที

ทางศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก รายงานว่า ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านอ่าวไทยตอนล่างเข้าสู่ภาคใต้ตอนล่าง ระหว่างวันที่ 23–25 พฤศจิกายน ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่ยังคงมีกำลังแรง ทำให้พื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง  จ.สงขลา มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายแห่ง  อ.เทพา นาทวี สะบ้าย้อย ระโนด กระแสสินธุ์ และคาบสมุทรสทิงพระ เป็นพื้นที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษ

สถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดสงขลา ยังคงรุนแรงต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 19–23 พฤศจิกายน ส่งผลให้ 16 อำเภอ 100 ตำบล 637 หมู่บ้านได้รับน้ำท่วม กระทบประชาชนกว่า 465,000 คน ต้องอพยพ 235 คน แต่ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

“อำเภอหาดใหญ่ รัตภูมิ และนาหม่อม ถูกจัดเป็นพื้นที่รุนแรง “ระดับหนักมาก” โดยเฉพาะหาดใหญ่ซึ่งมีผู้ได้รับผลกระทบกว่า 243,000 คน น้ำท่วมขังหลายจุดในเขตเมือง และคลองสายหลักอย่างคลองอู่ตะเภาเริ่มมีระดับน้ำสูงใกล้ล้นตลิ่ง ขณะที่อำเภอระโนดยังเผชิญวาตภัยกระทบกว่า 700 ครัวเรือน”

.นายรัฐศาสตร์ กล่าวว่า เพื่อเร่งแก้ไขสถานการณ์  ได้สั่งตั้ง ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ส่วนหน้าอำเภอหาดใหญ่พร้อมมอบหมายให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ เพื่อกำกับการอพยพ จัดกำลังเจ้าหน้าที่ และประสาน อุปกรณ์ช่วยเหลือทุกหน่วยงาน โดยหน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้เพิ่มกำลังสนับสนุนเต็มที่

โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำกว่า 80 เครื่องใน 68 จุด เพื่อระบายน้ำออกจากชุมชน พร้อมส่งเรือท้องแบนจำนวนมากเข้าสนับสนุนการช่วยเหลือ ขณะเดียวกัน ทหาร ตำรวจ ตชด. อปพร. และจิตอาสา ได้เคลื่อนกำลังช่วยอพยพประชาชนและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรกว่า 40 คัน ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่และอำเภอเทพา ซึ่งเป็นจุดวิกฤตสำคัญ

ความเสียหายเบื้องต้นพบว่ามีบ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 1 หลัง บางส่วน 3 หลัง ร้านค้า โรงเรียน และวัดได้รับผลกระทบหลายแห่ง ถนนหลายสายถูกน้ำท่วมรวมถึงพื้นที่เกษตรกว่า 4,000 ไร่ ทั้งนาข้าว พืชไร่ สวนผลไม้ และบ่อปลา สร้างความเดือดร้อนแก่เกษตรกรจำนวนมากในพื้นที่เสี่ยง เช่น รัตภูมิ กระแสสินธุ์ และคาบสมุทรสทิงพระ

นายรัฐศาสตร์ กล่าวว่า แม้ร่องมรสุมมีแนวโน้มเคลื่อนตัวออกสู่ทะเลอันดามันหลังวันที่ 24 พฤศจิกายน แต่ระดับน้ำในลำคลองหลายสายยังคงสูงและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยยังคงจัดเวรเฝ้าติดตามตลอด 24 ชั่วโมง   พื้นที่เสี่ยง ได้แก่ อ.หาดใหญ่ นาหม่อม รัตภูมิ และระโนด พร้อมขอให้ประชาชนติดตามประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานรัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในช่วงสถานการณ์อุทกภัย.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

สืบสานตำนาน “รำมวยโบราณสกลนคร” เชิดชูบรมครู ‘จำลอง นวลมณี’ต่อยอดมรดกไทยสู่หลักสูตรท้องถิ่น

"​สกลนคร"ถือเป็นเรื่องราวที่สร้างความภาคภูมิใจและรอยยิ้มให้กับชาวสกลนครเป็นอย่างยิ่ง เมื่อกลุ่มศิษยานุศิษย์ของ "คุณตาจำลอง นวลมณี" บรมครูแห่งศาสตร์และศิลป์มวยโบราณสกลนคร (บุคคลดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม สาขาการแสดงพื้นบ้านและนันทนาการ ประจำปี ๒๕๒๙) ผู้ริเริ่มประดิษฐ์คิดค้นท่า “รำมวยโบราณ” อันเป็นเอกลักษณ์ ได้ผนึกกำลังครั้งสำคัญเพื่อต่อลมหายใจมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าแขนงนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาและยั่งยืนอีกครั้ง ​จากจุดเริ่มต้นของการรวบรวมข้อมูลและจัดทำผังสาแหรกผู้สืบทอดวิชาในรุ่นต่างๆ ล่าสุด คณะศิษย์ที่ยังคงสืบทอดเจตนารมณ์ ได้ร่วมกันจัดตั้ง "ชมรมมวยโบราณสกลนคร" ขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยได้รับการสนับสนุนและการรับรองจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร ให้เป็นเครือข่ายทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง พร้อมเปิดประตูแห่งการเรียนรู้ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้การแสดง “รำมวยโบราณ” ให้แก่นักเรียน...