Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดชาวนารอเงินไร่ละพัน จ่ายค่าปุ๋ย ลดต้นทุนการผลิต

ชาวนารอเงินไร่ละพัน จ่ายค่าปุ๋ย ลดต้นทุนการผลิต

-

หลังจากทาง ครม.ได้มีการอนุมัติโครงการสนับสนุนเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรัง ปี 2568 และโครงการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีและส่งเสริมการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ ปีการผลิต 2568/69โดยเกษตรกรจะได้รับเงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 10 ไร่

หรือครัวเรือนละไม่เกิน 10,000 บาท ซึ่งจะเริ่มมีการโอนจ่ายเงินงวดแรกให้ในวันที่ 1 กันยายน นี้ โดยเกษตรกรส่วนใหญ่นั้นเห็นด้วยกับ โครงการดังกล่าวเพราะเงินจากโครงการดังกล่าวนั้นจะนำมาจ่ายค่าปุ๋ย ค่ายาฆ่าแมลง และอื่นๆที่เป็นต้นทุนในการผลิตเพราะในพื้นที่อำเภอพิมายกำลังเข้าสู่ช่วงนาปี

นางกับยา ฟอพิมาย อายุ 72 ปี เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในพื้นที่ ต.รังกาใหญ่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา บอกว่า เงินช่วยเหลือชาวนาที่รัฐบาลเตรียมที่จะจ่ายให้นั้นถ้าเปรียบเทียบกับต้นทุน การปลูกข้าวนั้นก็ถือว่าน้อยแต่ก็ยังดีกว่าที่ไม่ได้ เพราะจะนำเงินดังกล่าวไปจ่ายค่าปุ๋ย ค่ายาฆ่าแมลง ค่าน้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนการผลิต

อย่างไรก็ตามอยากให้ทางรัฐบาลนั้นลงพื้นที่ มาดูชาวนาบ้างจะได้รับรู้ปัญหาของชาวนาว่าปลูกข้าวอย่างไรและมีปัญหาอย่างไรจะได้ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับชาวนาได้อย่างตรงจุด

ด้านนายนิพล กล้าหาญ อายุ 68 ปี ชาวนา ม.3 บ้านส่วย ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ซึ่งบอกว่า “ทำนาปรังปลูกข้าวหอมมะลิ กว่า 20 ไร่ ช่วงนี้โชคดีหน่อยที่มีฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ ไม่เหมือนช่วงที่ผ่านมา ประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงนาน นาข้าวที่หว่านเมล็ดพันธุ์เอาไว้ขาดน้ำ เมล็ดฝ่อ ลำต้นลีบ เกือบจะไม่รอด

พอฝนตกก็ต้นข้าวเริ่มฟื้นขึ้นมาบ้าง แต่ไม่รู้จะสมบูรณ์มากน้อยแค่ไหน อีกทั้งช่วงนี้ เขื่อนพิมายในโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ เปิดประตูระบายน้ำ ส่งจ่ายมาให้เกษตรกร ได้สูบน้ำเข้านาและเติมลงบ่อน้ำในไร่นา จะได้สำรองไว้สูบมาเติมเข้านาข้าวในช่วงแล้ง

แต่ในเรื่องของเงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 10 ไร่นั้น ตนมองว่า เป็นเงินช่วยที่น้อยมาก เพราะต้นทุนการเพาะปลูกแต่ละครั้งจะสูงมาก อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อย เพื่อให้ชาวนาอยู่ได้ ไม่ต้องแบกภาระต้นทุนการผลิตที่หนักอึ้ง ทั้งค่าน้ำมัน ค่าไถ ค่าหว่าน ค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าเก็บเกี่ยว แพงทุกอย่าง ตอนนี้ย่ำแย่กันจริงๆ

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

มันสมองสองมือพลิกดินทรายแห้งแล้ง สร้างสวนทุเรียน เนื้อครีมมี่ เปลือกบาง เม็ดลีบ

ใครจะไปเชื่อว่าพื้นที่ดินทรายอันแห้งแล้งในภาคอีสานจะสามารถเนรมิตให้กลายเป็นสวนทุเรียนเกรดพรีเมียมได้สำเร็จ แต่นางนงนุช ศุภคุณากร อายุ 53 ปี เกษตรกรเจ้าของ "ฟาร์มทุเรียนคุณปู่" ตั้งอยู่ที่บ้านหนองไม้ตาย ตำบลมะเกลือเก่า อำเภอสูงเนิน จังหวัดนนครราชสีมา ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วด้วยผลสำเร็จในการพลิกฟื้นผืนดินทรายกว่า 50 ไร่ ให้กลายเป็นแหล่งปลูกทุเรียนคุณภาพเยี่ยมเกือบ 500 ต้น ซึ่งในฤดูกาลนี้พร้อมเปิดสวนต้อนรับนักท่องเที่ยวและคอทุเรียนให้ได้มาลิ้มลองรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ นางนงนุช เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของฟาร์มทุเรียนคุณปู่ว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ผืนดินตรงนี้เดิมทีคุณปู่เคยใช้ปลูกต้นสักมาก่อนแต่ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากต้นสักยืนต้นตายทั้งหมด...