Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดข้าวจี่สูตรโบราณ ยกฐานะชีวิต สองสามีภรรยาเมืองพญาแล

ข้าวจี่สูตรโบราณ ยกฐานะชีวิต สองสามีภรรยาเมืองพญาแล

-

เกษตรกรชาวบ้านเขว้าใช้เวลาว่างจากการทำนา นำความรู้การหมักแป้งจี่ จากรุ่นปู่ย่าสอนให้มาทำแป้งจี้กล้วยทรงเครื่อง แป้งจี่ธรรมดา ข้าวจี่ ขายตามตลาดนัด ทำเงิน วันล่ะ 3-4พันบาทต่อวัน

นายสิงห์ อ้อโนนแดง อายุ66ปี บ้านเลขที่ 438บ้านเจริญทรัพย์ ต.โนนแดง อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ บอกว่า การทำแป้งจี่ให้อร่อยจะต้องใช้เวลาหมัก2-3คืนแป้งถึงจะหอมอร่อย โดยมีขั้นตอนดังนี้ นำข้าวจ้าวนาปีและข้าวหอมมะลิ มาชั่งอย่างล่ะครึ่ง เช่น 5 กก.ก็ 5กก.เท่ากัน จากนั้นนำมา แช่น้ำหมักไว้ 2-3 คืน แล้วนำข้าวที่แช่ไว้มาโม่หรือปั่นให้เป็นแป้ง นำใส่ถุงผ้าทับเอาน้ำออกให้สะเด็ดน้ำออก

จากนั้นก็นำมาต้มประมาณ1ชม.ใส่เครื่องปั่นให้ได้แป้ง นำมาหมักใส่ส่วนผสม เกลือ กะทิ กล้วย ข้าวโพด มะพร้าวอ่อน ผสมให้เข้ากัน รสชาติปรุงตามชอบ เสร็จแล้วตักใส่ใบตองกล้วยทับเป็นแผ่นนำไปย่างไฟอ่อน ส่วนแป้งจี้ใส่เกลือและกะทิปั้นเป็นก้อนปีบแบนๆให้เป็นแผ่นบางๆน้ำขึ้นย่างไฟ พอแป้งสุกจะออกสีเหลือง หอมอร่อย แป้งนุ่ม ขายในราคาแผ่นล่ะ10 บาท

นอกจากแป้งจี่ก็มีข้าวจี่ทาไข่และทาเกลือขายอีกด้วย วันหนึ่งก็จะมีรายได้จากการขายแป้งจี่ วันล่ะ300-400แผ่นขายแผ่นล่ะ10บาท  รวมแล้วเฉลี่ยการขายแป้งจี่แต่ล่ะชนิดและข้าวจี่ ทั้งขายและแถม ก็จะมีรายได้ไม่น้อยกว่า 2,500-3,000บาท ต่อวัน โดยตนและภรรยาจะออกขายตามตลาดนัดต่างๆในพื้นที่อ.บ้านเขว้าและอำเภอใกล้ เคียง ของจ.ชัยภูมิ

สำหรับการขายแป้งจี่ข้าวจี่ โดยพาะช่วงเข้าฤดุหนาว จะขายดีมากๆเพราะเป็นที่ชื่นชอบของชาวบ้านกินเล่นๆสำหรับคลายหนาวหรือกินกาแฟ ซึ่งปัจจุบันมีคนขายแป้งจี่น้อยมาก เพราะแป้งจี่ จะต้องอยู่กับเตาไฟตลอดเป็นการทำงานกับความร้อน บวกกับขั้นตอนการทำนั้นยุ่งอยากโดยเฉพาะในการหมักแป้ง จึงทำให้วัยรุ่นสมัยใหม่หรือคนทั่วไปไม่ชอบทำอ่ชีพค้าขายแป้งจี่กันมากนัก ซึ่งตนเองก่อนจะมาถึงจุดนี้ได้ก็มีการลองผิดลองถูกอดทนมานานกว่า5ปีแล้วเช่นกัน จึงจะประสบความสำเร็จถึงจนปัจจุบันนี้และเป็นที่รู้ของลูกค้าทั่วไป ในนาม (ร้านราชินีแป้งจี่ บ้านเขว้า)ไปแล้ว

โดยเฉพาะแป้งจี่กล้วยทรงเครื่องที่ร้าน จะมีความหอมของ ใบตองกล้วย กะทิ ข้าวโพด มะพร้าวอ่อน ซึ่งเมื่อกินเข้าไปแล้วจะมีรสหวาน มัน นุ่มอร่อยถูกปากลูกค้ามาก หากท่านใดเคยกินแล้วจะต้องกลับมาซื้อใหม่ในครั้งต่อๆไป สำหรับลูกค้าท่านใดที่ผ่านไปมาที่ตลาดนัดบ้านเขว้า สามารถแวะซื้อแวะชิม ซึ่งตนและภรรยาขายที่ตลาดนัดบ้านเขว้าไดตลอดไป

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...