หน้าแรกข่าวล่าสุดเบตงจัดหนัก!เที่ยว 'บ้านกาแป๊ะฮูลู'กินทุเรียนฟรีกระตุ้นท่องเที่ยว

เบตงจัดหนัก!เที่ยว ‘บ้านกาแป๊ะฮูลู’กินทุเรียนฟรีกระตุ้นท่องเที่ยว

-

ยะลา -ผู้นำชุมชนใต้สุดแดนสยามชายแดนไทย-มาเลเซีย จัดบุฟเฟ่ต์ข้าวเหนียวทุเรียนให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียได้กินฟรี หวังส่งเสริมการท่องเที่ยว และสนับสนุนผลผลิตเกษตรกร

วันนี้ (8 ส.ค.68) ที่หน้ามัสยิดอัสซุนนะห์ ชุมชนบ้านกาแป๊ะฮูลู ซึ่งเป็นชุมชนใต้สุดแดนสยามชายแดนไทย-มาเลเซีย ในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา นายสาธิต ดาเต๊ะ ประธานชุมชนบ้านกาแป๊ะฮูลู ร่วมกับคณะกรรมการมัสยิด  ช่วยกันปอกทุเรียนเบญจพรรณ ทุเรียนชะนี ทุเรียนก้านยาว และทุเรียนหมอนทอง

นอกจากนี้ชาวบ้านนำมามอบให้ทางกรรมการชุมชนและนำมาทำเป็นข้าวเหนียวทุเรียน เพื่อจัดบุฟเฟ่ต์ข้าวเหนียวทุเรียนให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวมาเลเซียได้กินฟรีอย่างไม่อั้น แต่ห้ามนำกลับบ้านโดยเด็ดขาด  โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีชาวบ้านในพื้นที่ รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ต่างมาร่วมกินข้าวเหนียวทุเรียนอย่างต่อเนื่อง

นายสาธิต ดาเต๊ะ ประธานชุมชนบ้านกาแป๊ะฮูลู กล่าวว่า ปีนี้ทุเรียนออกผลผลิตน้อยมาก อาจจะเป็นที่ฝนมาก ดอกทุเรียนร่วงหมด ปริมาณทุเรียนที่ได้รับบริจาคจากชาวบ้านจึงมีไม่มากเท่าปีที่ผ่านมา ทางคณะกรรมการชุมชน จึงนำเสนอให้จัดบุฟเฟ่ต์ข้าวเหนียวทุเรียนเสริมจากการกินทุเรียนสดในงาน  ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และให้ประชาชนในพื้นที่ได้บริโภคผลทุเรียนคุณภาพดีของอำเภอเบตง

โดยทุเรียนที่ได้รับเป้นทุเรียนที่สุกหล่นจากต้น เนื้อจะเละ ๆ ที่หลายคนเมิน เราจึงมาเพิ่มคุณค่าให้เป็นขนมไทยข้าวเหนียวทุเรียนสูตรโบราณ ที่อร่อยกว่าเดิม ส่วนผสมทั้งหมดอาจจะไม่ต้องเป๊ะ ๆ ตามสูตร ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน ชอบหวานน้อยหวานมาก เนื้อทุเรียนมากน้อยแค่ไหน ก็เสริมเติมแต่งกันตามใจ

โดย..เจษฎา สิริโยทัย จ.ยะลา

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...