Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดพายุ"วิภา"ถล่มน่านอ่วม หลายพื้นที่ อ.ปัว น้ำป่าทะลักท่วมฉับพลัน

พายุ”วิภา”ถล่มน่านอ่วม หลายพื้นที่ อ.ปัว น้ำป่าทะลักท่วมฉับพลัน

-

อิทธิพลพายุ”วิภา”ถล่มเมืองน่าน  ฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำท่วมฉับพลันหลายพื้นที่ สะพานขาด-ถนนสายหลักถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เดือนร้อนหนัก

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 จังหวัดน่านได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากอิทธิพลของพายุ “วิภา” ซึ่งส่งผลให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงในหลายอำเภอ โดยมีปริมาณฝนสะสมสูงสุดเกือบ 300 มิลลิเมตร และเกิน 200 มิลลิเมตรในพื้นที่ถึง 18 สถานีวัดปริมาณน้ำฝน ส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมฉับพลันอย่างรุนแรง

โดยเฉพาะในพื้นที่ อำเภอปัว ที่ บ้านปรางค์ หมู่ 7 ตำบลปัว เกิดน้ำท่วมอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง น้ำได้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนจำนวนมาก และพัดสะพานข้ามลำน้ำขว้าง ซึ่งเป็นเส้นทางหลักที่ใช้เดินทางไปยังบ้านร้องจนขาด ทำให้การสัญจรถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง ประชาชนในพื้นที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างน่าวิตก

ขณะเดียวกันที่ อำเภอท่าวังผา สถานการณ์น้ำท่วมทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่องใน 6 ตำบล ได้แก่ ตำบลท่าวังผา ริม ผาตอ ป่าคา ศรีภูมิ และตาลชุม โดยระดับน้ำในหลายจุดสูงกว่า 2 เมตร และได้ไหลทะลักขึ้นมาท่วมถนนสายหลักหมายเลข 101 (ท่าวังผา–ปัว) ส่งผลให้ไม่สามารถสัญจรผ่านไปได้ในขณะนี้

นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเร่งระดมเจ้าหน้าที่และเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยเร่งด่วน พร้อมกำชับให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจขยายวงกว้าง

ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยโปรดติดตามประกาศจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง และหลีกเลี่ยงการเดินทางในเส้นทางที่น้ำท่วมสูง ทั้งนี้ จังหวัดน่านจะเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนในทุกด้านอย่างเต็มกำลัง

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...