Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดหนึ่งเดียวในโลก “มหกรรมแห่เทียนพรรษาและตักบาตรบนหลังช้าง 2568”

หนึ่งเดียวในโลก “มหกรรมแห่เทียนพรรษาและตักบาตรบนหลังช้าง 2568”

-

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุรินทร์ ร่วมกับภาคเอกชน จัดงาน “มหกรรมแห่เทียนพรรษาและตักบาตรบนหลังช้างจังหวัดสุรินทร์ ประจำปี 2568”  ณ บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง อ.เมือง จ.สุรินทร์ เพื่อเป็นการสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาวไทย รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสุรินทร์

นางศรีสุภรณ์ ชมศรีหาราชพร ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานสุรินทร์ เปิดเผยว่า “งานมหกรรมแห่เทียน  พรรษาและตักบาตรบนหลังช้าง จังหวัดสุรินทร์”ประจำปี 2568 เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีของชาวสุรินทร์ในการบำรุงรักษาศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามให้ดำรงอยู่สืบไป

กิจกรรมภายในงาน
ชมขบวนแห่เทียนพรรษาที่ตกแต่งอย่างสวยงามวิจิตรงดงามจาก ขบวนช้างวาดลายบูชา

“เข้าพรรษาสักการะพระพุทธองค์ และพระเกจิเมืองสุรินทร์ จำนวน 9 เชือก ขบวนช้าง ผ้าไหมงาม นามช้างใหญ่ ระบือไกลทั่วโลก จำนวน 10 เชือก

ขบวนช้างน้อยแฟนซี (ช้างFC) จำนวน 14 เชือก

ขบวนช้างใหญ่เมืองสุรินทร์ จำนวน 20 เชือก

ทำบุญตักบาตร แด่พระสงฆ์บนหลังช้างแห่งเดียวในโลก โดยมีพระสงฆ์ 74 รูป นั่งรับบิณฑบาตบนหลังช้าง 64 เชือก ออกรับบิณฑบาตแก่นักท่องเที่ยวได้ร่วมใส่บาตรโดยพร้อมเพรียงกัน ณ บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง อ.เมือง จ.สุรินทร์

ขณะเดียวกันการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุรินทร์ ได้ร่วมจัดบูธกิจกรรม ให้นักท่องเที่ยวได้ให้อาหารช้างเสริมศิริมงคล และกิจกรรม เรียกขวัญช้าง หรือภาษาสุรินทร์เรียกว่า “ฮาวปลึงตัมแร็ย” เป็นพิธีกรรมเรียกขวัญตามประเพณีของชาวเขมรถิ่นไทยในจังหวัดสุรินทร์ โดย “ฮาว” หมายถึง การเรียก “ปลึง” หมายถึง ขวัญ และ “ตำแร็ย” หมายถึง ช้าง โดยภายในบูธมีหมอช้างผูกข้อมือให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาร่วมงานเพื่อความเป็นศิริมงคลให้กับนักท่องเที่ยว และชมศิลปวัฒนธรรมการแสดงกันตรึม 3 ชาติพันธ์ของจังหวัดสุรินทร์ เขมร ส่วย ลาว ภายในงาน

นอกจากนี้แล้วเสร็จสิ้นกิจกรรมตักบาตรบนหลังช้างแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์ ได้แก่ ปราสาทตาเมือนธม, ปราสาทตาเมือน, ปราสาทตาควาย, หมู่บ้านช้าง,หมู่บ้านทอผ้าไหมบ้านท่าสว่าง และสุสานทุ่งมน หลวงปู่หงส์ พรหมปัญโญ

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากความทรงจำวัยเด็ก…”จ่าเชฐ “สู่เจ้าสัวสวนทุเรียนมูซังคิง-หนมดำ” แห่งเมืองตรัง

แรงบันดาลใจมาจากวัยเด็กที่ทุเรียนเป็นของหายากในครอบครัว แม่ต้องนำมาทำเป็นข้าวเหนียวทุเรียนแบ่งให้พี่น้องรับประทาน จึงตั้งใจปลูกทุเรียนเป็นอาชีพเสริมควบคู่กับงานประจำ ทำให้ความฝันของ ร.ต.ต.ชัฏฐานนท์ ทองขาว อายุ 55 ปี เจ้าเจ้าที่ตำรวจ สภ.ย่านตาขาว จ.ตรัง เดินตามรอยที่ตั้งใจไว้ จากนั้น “จ่าเชฐ” พร้อมด้วยภรรยา จึงเปิดสวนทุเรียน หมู่ 7 ต.โคกสะบ้า อ.นาโยง บนพื้นที่ 5 ไร่ ปลูกทุเรียนสายพันธุ์มูซังคิงและหนามดำ...