Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดเร่งยกระดับ “มันสำปะหลังไทย” สู่ GAP สร้างความเชื่อมั่นทั่วโลก

เร่งยกระดับ “มันสำปะหลังไทย” สู่ GAP สร้างความเชื่อมั่นทั่วโลก

-

มกอช.-กรมวิชาการเกษตร จับมือยกระดับมาตรฐาน “มันสำปะหลังไทย” สู่ GAP เพิ่มความเชื่อมั่นคู่ค้าโลก

ดร.พงศ์ไท ไทโยธิน รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า มกอช. ได้ร่วมกับกรมวิชาการเกษตร จัดสัมมนาระดมความคิดเห็นต่อร่างมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่องการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับมันสำปะหลัง (GAP) มุ่งส่งเสริมการผลิตมันสำปะหลังของไทยให้ได้มาตรฐาน สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคและคู่ค้าระดับโลก โดยมีนางวิลาวัณย์ ใคร่ครวญ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ร่วมเป็นประธานการอภิปราย เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานรัฐ นักวิชาการ ผู้ประกอบการ และเกษตรกร

การสัมมนาครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญในการรวบรวมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปปรับปรุงร่างมาตรฐานสินค้าเกษตรให้ครอบคลุม สอดคล้องกับแนวทางการปฏิบัติได้จริง และได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย ก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร เพื่อประกาศเป็นมาตรฐานระดับชาติภายใต้พระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหน่วยงานต้นน้ำของห่วงโซ่การผลิต ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกมันสำปะหลังตามมาตรฐาน GAP เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและปลอดภัย เหมาะสำหรับนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ อันจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศคู่ค้าและยกระดับภาพลักษณ์มันสำปะหลังไทยในตลาดโลก

ปัจจุบัน ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังรายใหญ่ของโลก โดยในปี 2567 มีมูลค่าการส่งออกกว่า 110,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งมันเส้น แป้งมันสำปะหลัง และผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่น ๆ และในปี 2568 ยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดจีน

“อย่างไรก็ตาม ความท้าทายด้านมาตรฐานคุณภาพ ความปลอดภัย การใช้แรงงาน สิ่งแวดล้อม และการผลิตที่ยั่งยืน กำลังถูกใช้เป็นมาตรการทางการค้าเพิ่มขึ้น การพัฒนามาตรฐาน GAP สำหรับมันสำปะหลังจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างความเชื่อมั่นในระดับสากล พร้อมตอบโจทย์ความยั่งยืนและการลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อน” รองเลขาธิการ มกอช. กล่าว

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...