หน้าแรกข่าวล่าสุดลุยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง คดีบุกรุกป่า ปลูกทุเรียนบนเกาะเขื่อนคีรีธารกว่า 260 ไร่

ลุยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง คดีบุกรุกป่า ปลูกทุเรียนบนเกาะเขื่อนคีรีธารกว่า 260 ไร่

-

“พ.ต.อ.ธราเทพ”รองผู้การตำรวจจันทบุรี ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้า การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง คดีบุกรุกป่า ปลูกทุเรียนบนเกาะในเขื่อนคีรีธารกว่า 260 ไร่ ก่อนถึงเส้นตายอีกไม่กี่วัน

พ.ต.อ.ธราเทพ ตูพานิช รอง ผบก.ภ.จว.จันทบุรี พร้อมด้วย พ.ต.ท.มล.กษิภัทร จรูญโรจน์ สวญ .สภ.ตกพรม , นายจักรพงษ์ พันธุ์โชติ นอภ.ขลุง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ร่วมลงพื้นที่ ติดตามความคืบหน้า การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง คดีบุกรุกป่าปลูกทุเรียนบนเกาะในเขื่อนคีรีธาร

ซึ่งเป็นไปตามคำสั่งประกาศของกระทรวงพลังงาน ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากการตรวจสอบ และพบการบุกรุกพื้นที่เพื่อทำการเกษตร ปลูกพืชเศรษฐกิจ ประเภททุเรียน และไม้ผล ในหลายจุด แต่ไม่พบว่าเป็นของทุนจีนอยู่เบื้องหลัง โดยพื้นที่การบุกรุกบางส่วนอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติและบางส่วนเป็นพื้นที่ ส.ป.ก. ที่ต้องตรวจสอบสิทธิ ที่ผ่านมาทาง พพ.ได้แจ้งความร้องทุกข์ เพื่อดำเนินคดีกับผู้บุกรุกพื้นที่บริเวณเกาะร้อยไร่ 262 ไร่ และพื้นที่โดยรอบโครงการฯ 17 ราย รวม 21 แปลง

ด้าน พ.ต.อ.ธราเทพ ตูพานิช รอง ผบก.ภ.จว.จันทบุรี เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบในวันนี้ พบว่าพื้นที่บนเกาะในเขื่อนคีรีธารที่ถูกบุกรุก มีการปลูกพืชเกษตรกรรม โดยเฉพาะทุเรียน  เบื้องต้นชาวบ้าน ได้ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามข้อตกลง มีการรื้อถอนอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำการเกษตรอย่างเช่นปั๊มน้ำ  ท่อน้ำ ออกไปเกือบหมดแล้ว

ส่วนที่สภาพต้นไม้ที่เห็นยังสมบูรณ์อยู่เกือบ 100%  เนื่องจากว่าช่วง 2-3 วันที่ผ่านมามีฝนตก ทำให้ไม้ผลยังสามารถอยู่ได้ ซึ่งโดยปกติธรรมชาติของทุเรียนถ้าไม่ได้รับน้ำ โดยเฉพาะหน้าแล้ง ประมาณสัก 7 – 10 วัน ก็จะเริ่มได้รับความเสียหาย ยืนต้นตายตามธรรมชาติ

นอกจากนี้ ยังพบว่าในต้นทุเรียน เริ่มมีแมลงศัตรูพืชเข้ามากัดกินใบ ก็แสดงให้เห็นว่าชาวบ้านไม่ได้เข้ามาดูแล น่าจะเชื่อว่าได้ทำตามที่ชาวบ้านรับปากไว้จริง อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ จะยังคงเข้ามาอย่างตอเนื่อง จนกว่าจะครบกำหนดในวันที่ 26 มี.ค. 68 ส่วนหลังจากพ้นกำหนด หากเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ ยังพบว่ามีการลอบฝืนทำการเกษตรกรรม ในพื้นที่ที่มีการ

ส่วนเรื่องหลังจากพ้นเส้นตายไปแล้ว จะมีการปิดกัน หรือกันแนวเขตเกาะกลางน้ำกว่า 260 ไร่นี้ เพื่อไม่ให้มีการเข้ามาบุกรุกซ้ำอีก ขึ้นอยู่ในความรับผิชอบของท้องที่คือกระทรวงพลังงานเป็นหลัก ว่าจะมีมาตรการการดำเนินการอย่างไรต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...