หน้าแรกข่าวล่าสุดหนึ่งเดียวในโลก ทุเรียนศรีทอง(ถ้ำสิงห์) ผลไม้มงคล ของดีเมืองชุมพร

หนึ่งเดียวในโลก ทุเรียนศรีทอง(ถ้ำสิงห์) ผลไม้มงคล ของดีเมืองชุมพร

-

อึ้งเจ้าของสวนทุเรียน ที่ตำบลถ้ำสิงห์ อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร  ภูมิใจในผลผลิตทุเรียนศรีทอง ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นสีเหลืองทองอร่าม คนจองข้ามปี

ที่สวนทุเรียนศรีทอง (ถ้ำสิงห์) ชุมพร เปิดใจ ศรีวพร มาแต้ม (น้องเอ๋) เจ้าของสวนทุเรียนศรีทอง (ถ้ำสิงห์) ชุมพร เมื่อ 8 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีทุเรียนต้นหนึ่งที่อยู่กลางสวน เมื่อลูกทุเรียนเริ่มโตได้เปลี่ยนจากเปลือกสีเขียวเป็นสีเหลืองอร่ามคล้ายทอง

โดยช่วงแรกคิดว่าทุเรียนเป็นโรค จึงตัดลูกทุเรียนสีเหลืองทองทิ้ง และเหลือไว้เฉพาะลูกเขียว  พบว่าต้นทุเรียนต้นเดิม ซึ่งมีเพียงต้นเดียวได้ออกผลเป็นสีเหลืองทองอีก 16 ลูก จากทั้งหมด 32 ลูก จึงสอบถามกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัด ซึ่งได้ตรวจสอบคุณภาพดินจากโคนต้นไปเทียบกับดินต้นอื่น ได้รับการยืนยันว่าไม่มีความผิดปกติ

ตนและสามีเห็นว่าเป็นความแปลก และเชื่อว่าทุเรียนต้นนี้เป็นผลไม้มงคล จึงนำไปมอบให้กับทางจังหวัด 6 ลูก เพื่อนำไปประมูลได้เงินเกือบ 2 แสนบาท มอบให้กับองค์กรการกุศลมูลนิธิแก้มลิงหนองใหญ่ เพื่อใช้ในการพัฒนาศูนย์ศาสตร์พระราชาในโครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ ที่ ต.บางลึก อ.เมือง

และทูลเกล้าฯ ถวายเงินสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมทุเรียนสีเหลืองทองและสีเขียว อย่างละ 2 ลูก นอกจากนี้ ทางสามีจะตัดตอนกิ่งนำไปขยายพันธุ์ หากพบว่าผลออกมาเป็นสีเหลืองอร่าม จะนำไปจดสิทธิบัตร ให้เป็นทุเรียนสีทองเอกลักษณ์เมืองชุมพร. หนึ่งเดียวในโลก เมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา

ส่วนในปีนี้ วันที่ 4 มีนาคม 2568 ตั้งใจจะมอบทุเรียนผลสีเหลืองทองอร่าม จำนวน 2 ลูก ให้กับจังหวัดอีกครั้ง  ตนและครอบครัวจึงได้เข้าพบท่านเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร  เพื่อเรียนเชิญพ่อเมืองชุมพร มาเป็นประธานในพิธีตัดทุเรียนศรีทองอร่าม จำนวน 2 ลูก หนึ่งเดียวในโลก ผลไม้มงคล ของดีเมืองชุมพร เพื่อประมูลนำรายได้ มอบให้แก่สภากาชาดจังหวัดชุมพร ต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...