หน้าแรกข่าวล่าสุดชาวนาพิจิตรเฮ!นายทุนยอมผ่อนจ่ายหนี้ค่าข้าวภายใน 4 เดือน

ชาวนาพิจิตรเฮ!นายทุนยอมผ่อนจ่ายหนี้ค่าข้าวภายใน 4 เดือน

-

ชาวนาอำเภอสากเหล็ก เมืองชาละวันขายข้าวตั้งแต่ พ.ย.-ธ.ค. 67 แล้วได้เงินไม่ครบชาวบ้าน 19 ราย แห่ร้องทุกข์ อัยการ สคช. รับเรื่องช่วยเหลือติดตามเรียกคู่กรณีไกล่เกลี่ยสุดท้ายยอมผ่อนจ่ายเป็นงวดๆภายใน 4 เดือน ต้องจ่ายให้ครบ ชาวนาจากหน้าเศร้าเริ่มมีรอยยิ้มมีความหวังจะได้เงินหลังจากที่รอนานข้ามปี

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 นายพงษ์พันธ์ ยอดจันทร์  อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดพิจิตร และ นาย ประเสริฐ ใจสนธิ์  อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สนง.อัยการคุ้มครองสิทธิ และช่วยเหลือทางกฎหมายฯ จังหวัดพิจิตร   เปิดเผยความคืบหน้าจากกรณีที่เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 68 ได้มีกลุ่มชาวนาจาก อ.สากเหล็ก จ.พิจิตร จำนวน 19 ครอบครัวที่มีความทุกข์ความเดือดร้อนจากกรณีที่เมื่อช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค. 67 ชาวนากลุ่มนี้ได้เก็บเกี่ยวข้าวนาปีแล้วนำไปขายให้กับท่าข้าวแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.ท่าเยี่ยม อ.สากเหล็ก

โดยผู้รับซื้อได้ให้แค่เพียงใบชั่งรับสินค้า หรือที่เรียกว่าตั๋วชั่งน้ำหนักที่ระบุปริมาณข้าวและราคาที่รับซื้อ จากนั้นก็จะนัดให้มารับเงินแต่ปรากฏว่าเมื่อถึงวันนัดชำระค่าข้าวเปลือก ผู้ประกอบการรับซื้อข้าวที่ท่าข้าวแห่งนี้ก็บ่ายเบี่ยงและติดต่อไม่ได้ชาวนากลุ่มนี้จึงรวมตัวกันไปร้องทุกข์ที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอสากเหล็ก , ไปร้องทุกข์กับ นายธวัชชัย ทัดที่ยง ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดพิจิตร ให้ช่วยเป็นตัวแทนชาวนาและได้เข้าร้องทุกข์ที่ สนง.อัยการคุ้มครองสิทธิ และช่วยเหลือทางกฎหมายฯ จังหวัดพิจิตร โดยทุกฝ่ายได้บูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อใช้กฎหมายบังคับใช้กับผู้ถูกร้องเรียนที่เป็นท่าข้าวรับซื้อข้าวเปลือกจากกลุ่มชาวนา 19 ครอบครัวนี้

ล่าสุดวันนี้ตัวแทนของท่าข้าวที่เป็นผู้รับซื้อข้าวจากชาวนากลุ่มนี้ได้เข้าพบกับ อัยการคุ้มครองสิทธิ และช่วยเหลือทางกฎหมายฯ จังหวัดพิจิตร(สคช.พิจิตร)  เพื่อเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย โดยผู้รับซื้อข้าวจากชาวนายอมรับสภาพหนี้และยินยอมที่จะจ่ายเงินที่ค้างชำระค่าข้าวเปลือกของชาวนา 19 ราย เป็นเงิน 2,607,385 บาท และยินยอมชดใช้เงินเพิ่มแก่ผู้ร้องแต่ละรายอีก 5%ของยอดที่คงค้างยอดเงินสรุปในสำนวนเป้นเงิน 2,737,755 บาท และคู่กรณีตกลงกันว่าผู้ถูกร้องจะขอผ่อนชำระจากยอดคงค้างทั้งหมดที่เพิ่มค่าชดเชยแล้วเป็น 4 งวด คือ งวดแรกชำระวันที่  15 มี.ค. 68 เป็นเงิน 6 แสนบาท   , งวดที่ 2 ชำระวันที่  15 เม.ย. 68  เป็นเงิน 6 แสนบาท  ,  งวดที่ 3 ชำระวันที่  15 พ.ค. 68  เป็นเงิน 6 แสนบาท , งวดสุดท้าย ชำระส่วนที่เหลือทั้งหมดวันที่  15 มิ.ย. 68  โดย อัยการ สนง.อัยการคุ้มครองสิทธิฯ  จะได้ติดตามข้อตกลงดังกล่าวให้เป็นไปตามเงื่อนไข

หลังจากชาวนากลุ่มดังกล่าวทราบผลการไกล่เกลี่ยและรู้ว่าจะได้เงินจากการขายข้าวเปลือกที่มาจากน้ำพักน้ำแรงและหยาดเหงื่อแรงกายต่างดีใจจากใบหน้าที่เศร้าสร้อยก็เริ่มมีรอยยิ้มให้เป็นและต่างกว่าขอบคุณ สนง.อัยการคุ้มครองสิทธิฯ และ สนง.สภาเกษตรกรพิจิตร ที่ช่วยเหลือชาวนาอำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตรในครั้งนี้ดังกล่าวอีกด้วย

โดย…สิทธิพจน์ เกบุ้ย/พิจิตร/

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...