Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดมือมืดลอบเผาป่า-ตอซังข้าวกลางนาตะพานหินวอดกว่า500ไร่

มือมืดลอบเผาป่า-ตอซังข้าวกลางนาตะพานหินวอดกว่า500ไร่

-

พิจิตร – ตำรวจพิจิตรเร่งล่ามือเผาจนไฟลามไหม้ป่า-ตอซังข้าวตะพานหินวอดเป็นวงกว้างกว่า 500 ไร่ แถมเปลวเพลิง-ควันไฟล้อมกรอบหนุ่มพนักงานส่งพัสดุจนต้องหนีตาย ทิ้ง จยย.ให้ไฟไหม้เหลือแต่ซาก เจ้าตัวถูกเปลวเพลิงลวกได้รับบาดเจ็บ

เมื่อวันที่ 4 ก.พ.2568 นายธนันต์ สารอุตม์ นายกเทศมนตรีตำบลหนองพยอม พร้อมด้วยฝ่ายปกครองอำเภอตะพานหิน เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.ตะพานหิน ลงพื้นที่ตรวจที่เกิดเหตุ กรณีเผาป่า-ตอซังนาข้าว พื้นที่หมู่ 11 ต.หนองพยอม อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร เมื่อเย็นวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา จนส่งผลต่อสภาพสิ่งแวดล้อมก่อให้เกิดมลภาวะหมอกควัน PM 2.5

พบไฟไหม้ทุ่งนาเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ประมาณ 500 ไร่ ทุ่งนาที่เกิดเหตุเต็มไปด้วยคราบเถ้าถ่านสีดำมีกลิ่นควันไฟคละคลุ้ง และพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 สีดำ ทะเบียน 1 กฌ 4519 พิจิตร ถูกเผาวอดเป็นซากเศษเหล็ก

ร.ต.ท.เจตน์สฤษฎิ์ สุขแจ่ม รอง สว.สอบสวน สภ.ตะพานหิน จว.พิจิตร เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อที่จะหามือเพลิงที่จุดไฟเผา และได้สอบสวน นายนิวัตร วงษ์จันทร์ อายุ 22 ปี ที่อยู่ 83 หมู่ 8 ต.วังหลุม อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร เจ้าของรถจักรยานยนต์ที่ถูกไฟไหม้ ซึ่งแจ้งว่าขับขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเพื่อไปส่งพัสดุ เมื่อถึงจุดเกิดเหตุที่มีไฟไหม้และมีหมอกควันเป็นจำนวนมาก

 

และเนื่องจากต้องรีบไปส่งพัสดุจึงตัดสินใจขี่มอเตอร์ไซค์ฝ่าเปลวไฟและหมอกควัน แต่ปรากฏว่าถูกเปลวไฟและหมอกควันล้อมรอบมองไม่เห็นทางและไปต่อไม่ได้ จึงตัดสินใจจอดและทิ้งมอเตอร์ไซค์เพื่อหาทางรอดจึงทำให้ร่างกายถูกเปลวไฟเผาได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนมอเตอร์ไซค์ถูกไฟไหม้วอดกลายเป็นเศษเหล็กดังกล่าว

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อสภาพสิ่งแวดล้อมก่อให้เกิด PM 2.5 ดังนั้นตำรวจ ฝ่ายปกครอง จึงต้องเร่งสืบสวนสอบสวนเพื่อหาตัวมือเพลิงที่ก่อเหตุในครั้งนี้มาดำเนินคดีให้ได้ ในเบื้องต้นกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ได้เรียกประชุมลูกบ้านเพื่อหาเบาะแสแต่ก็ยังมืดมน ซึ่งหากมีความคืบหน้าผู้สื่อข่าวจะได้รายงานให้ทราบต่อไป

โดย…สิทธิพจน์ เกบุ้ย/พิจิตร

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...