หน้าแรกข่าวล่าสุด“ตรุษจีน” ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ กราบไหว้เสี่ยงโชค “เจ้าแม่กอเหนี่ยว” เมืองตานี

“ตรุษจีน” ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ กราบไหว้เสี่ยงโชค “เจ้าแม่กอเหนี่ยว” เมืองตานี

-

ในช่วงเทศกาล “ตรุษจีน” ของทุกๆปี ประชาชนที่อยู่ในจังหวัดปัตตานีและจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้ง นักท่องเที่ยวสิงคโปร์ และมาเลยเซีย จะเดินทางเข้ามากราบไหว้ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ “เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว” กันเป็นจำนวนมาก จนกลายเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนเมืองตานีมาอย่างยาวนาน

นับตั้งแต่สมัยโบราณ “เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว” จะเป็นศาลที่ขึ้นชื่อ เลื่องลือเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ ปาฎิหาริย์ต่างๆ โดยเฉพาะในที่เจ็บไข้ได้ป่วย จะไปขอพร หรือเรื่องทำมาค้าขาย ให้เจริญรุ่งเรือง กิจการได้มีผลกำไร เงินทองไหลมา จะไปกราบไหว้ เสี่ยงทายเซียมซีกัน เพื่อทำการบอกกล่าวเจ้าแม่ ให้สมดั่งใจที่ปรารถนา หากใครเดือดร้อนจะให้พ้นทุกข์ พ้นโศก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม จะไปบนบานบริเวณศาลเจ้าแม่ฯ

ตามที่เล่าขานกันมายาวนานอ้างว่า ครั้งหนึ่งมีคุณพระจีนคณานุรักษ์ หัวหน้าคนจีนเมืองตานี (ปัตตานี) ได้มีการล้มป่วย จนไปหาหมอหลวงให้ทำการักษามายาวนาน แต่ยังไม่หายสักที ญาติผู้ดูแลคนไข้ได้เปลี่ยนหมอมาหลายคน จนกระทั่งหมดหนทางรักษาไปกราบไหว้ ถามพระเซ๋าชูกง หรือที่รู้จักกันในนาม “พระหมอ” ทางพระเช๋าชูกงได้บอกคุณพระจีนคณานุรักษ์ ว่าต้องให้เจ้าแม่กอเหนี่ยวช่วยรักษาจนหายป่วย

ซึ่งชาวปัตตานีและจังหวัดอื่นๆ หากมีเรื่องร้อนทุกข์อะไร จะขอพรให้เจ้าแม่กอเหนี่ยว บางคนใช้วิธีเสี่ยงทายจากเซียมซีทำนายออกมาให้ทราบว่ามีโชคหรือไม่ หรือถ้าขอเรื่องสลากยาจากเจ้าแม่กอเหนี่ยว เพื่อไปหาซื้อยาตามร้านขายยามารับประทาน

เพราะฉะนั้น พลังศรัทธาของชาวตานี “ศาลเจ้าแม่กอเหนี่ยว” กลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ดึงดูนักท่องเที่ยวชาวต่างชาจติ แถบมาเลย์ และสิงคโปร์มายาวนานในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกๆปี  จะมีงานเทศกาล “เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว” ชาว
บ้านจะยกภาพไม้ของลิ้มกอเหนี่ยวกับเทวรูปต่างๆ ให้ผู้คนในย่านดังกล่าวและตัวเมืองปัตตานีร่วมสักการะ พร้อมกับยกข้ามเดินลุยแม่น้ำปัตตานี ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวและชาวเมืองตานีจำนวนมาก

ขอบคุณข้อมูล /// ตำนานเจ้าแม่กอเหนี่ยว

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...