หน้าแรกข่าวล่าสุดชาวโคราชออกหาหน่อโจดขายกก.ละ 200 บาท สร้างรายได้เสริม

ชาวโคราชออกหาหน่อโจดขายกก.ละ 200 บาท สร้างรายได้เสริม

-

ในช่วงท้ายฤดูนปีนี้ ชาวบ้านจากหลายพื้นที่ในอำเภอครบุรี และอำเภอใกล้เคียง พากันออกไปหาเก็บหน่อโจด หรือ หน่อเพ็ก ตามป่าเพ็กบริเวณตีนเขาจอมทอง  ที่ ต.จระเข้หิน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ที่กำลังพากันแทงหน่องอกออกมาเต็มผืนป่า เพื่อนำกลับไปประกอบอาหารรับประทานในครอบครัว และจำหน่ายสร้างรายได้เสริม  ซึ่งหน่อโจด หรือ หน่อเพ็ก นั้น เป็นที่นิยมรับประทานอย่างมาก ทำให้มีราคาที่ค่อนข้างสูง หากเก็บเรียบร้อยพร้อมนำไปประกอบอาหารรับประทาน ราคาจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 200 บาทเลยทีเดียว

นางสาวรนิดา ถินกระโทก อายุ 50 ปี ชาวบ้านตำบลสารพี อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา ที่เดินทางมาไกลกว่า 50 กิโลเมตร เพื่อมาเก็บหน่อเพ็กโดยเฉพาะ บอกว่า หน่อโจด หรือ หน่อเพ็กนั้น  จะมีลีกษณะคล้ายกัยหน่อไม้ แต่จะมีขนาดที่เล็กกว่า เนื่องจากต้นเพ็ก หรือต้นโจดนั้น ก็จะมีลีกษณะที่คล้ายกับต้นไผ่ แต่เล็กกว่า สามารถนำไปประกอบอาหารได้ทุกเมนูที่หน่อไม้ทำได้ไม่ว่าจะเป็น ต้ม ผัด แกงทอด  รวมไปถึงแปรรูปเพื่อเก็บไว้รับประทาน อย่างหน่อโจดซิ่ง หรือ หน่อโจดส้ม ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน  อีกทั้งยังมีข้อดีกว่าหน่อไม้คือ  หน่อโจดนั้นจะมีความขมน้อยกว่าหน่อไม้ มีความกรอบ

เมื่อถูกความร้อนแล้วจะยังคงความกรอบ ไม่นิ่มเหมือนกับหน่อไม้  แต่ละปีจะมีให้กินเฉพาะช่วงหน้าฝนเท่านั้น  จึงทำให้ราคาค่อนข้างสูง  ซึ่งในช่วงนี้ชาวบ้านจะหาหน่อโจดได้กันวันละเกือบ 10 กิโลกรัม โดยราคาหน่อโจดที่ปลอกเปลือกออกเรียบร้อย พร้อมที่จะนำไปประกอบอาหารรับประทานจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 200 บาทเลยทีเดียว  ซึ่งหน่อโจด 10 กิโลเมื่อปลอกเปลือกออกแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 2 กิโลกรัม ซึ่งก็ถือว่าสร้างรายได้ที่น่าพอใจให้กับชาวบ้านในช่วงนี้เช่นกัน.

โดย…ประสิทธิ์  ตั้งประเสริฐ//นครราชสีมา

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...