หน้าแรกข่าวล่าสุด‘ไทย-ไอร์แลนด์’ ผลักดันความร่วมมือความมั่นคงด้านอาหาร

‘ไทย-ไอร์แลนด์’ ผลักดันความร่วมมือความมั่นคงด้านอาหาร

-

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หารือร่วมกับ นางพิปปา แฮ็คเก็ตต์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและอาหารไอร์แลนด์ (Senator Pippa Hackett : Minister of State for Agriculture and Food of the Government of Ireland) โดยมีนายถาวร ทันใจ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายพรเทพ ศรีธนาธร ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องรับรองกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ห้อง 112)

สำหรับการหารือในวันนี้ ทั้งสองฝ่ายได้มีการหารือถึงการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการปฏิรูประบบเกษตรและอาหาร และการยกระดับความมั่นคงทางอาหาร โดยฝ่ายไอร์แลนด์ยินดีให้ความร่วมมือทางด้านวิชาการในประเด็นดังกล่าว ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งนี้ ฝ่ายไทยได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ไทยได้เตรียมความพร้อมด้านความมั่นคงทางอาหารทั้งระบบ ผ่านกลไกคณะกรรมการอาหารแห่งชาติ ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับด้านนโยบายอาหารของประเทศ รวมถึงขับเคลื่อนความมั่นคงอาหาร ผ่านแผนปฏิบัติการด้านการจัดการด้านอาหารของประเทศไทย ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2566 – 2570) ซึ่งครอบคลุมการบริหารจัดการฐานทรัพยากรและปัจจัยการผลิตอาหาร เพื่อให้สามารถผลิตอาหารได้อย่างมีคุณภาพเพียงพอและยั่งยืน

นอกจากนี้ ฝ่ายไทยได้ขอความสนับสนุนจากไอร์แลนด์ผลักดันการดำเนินการเคลื่อนย้ายม้าจากประเทศไทยไปยังสหภาพยุโรป โดยในปี 2563 สหภาพยุโรปได้ระงับการนำเข้าเป็นการชั่วคราวเนื่องจากโรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า (African Horse Sickness, AHS) ทำให้ม้าที่มาจากไทยไม่สามารถเคลื่อนย้ายกลับไปยังสหภาพยุโรปได้ จึงส่งผลกระทบต่อวงการกีฬาขี่ม้าของไทย โดยองค์กรสุขภาพสัตว์โลก (WOAH) ได้ให้การรับรองประเทศไทยว่าเป็นประเทศปลอดโรค AHS (AHS-free country) ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2566 และหวังว่าทางสหภาพยุโรปจะได้รับการคืนสถานะภายในปีนี้ ซึ่งจะอำนวยความสะดวกเป็นอย่างมากให้กับนักกีฬาที่จะนำม้าจากสหภาพยุโรปเข้ามาแข่งในประเทศไทยในห้วงเดือนธันวาคม 2568 ทั้งนี้ ฝ่ายไอร์แลนด์ยินดีที่จะประสานเรื่องดังกล่าวกับสหภาพยุโรปต่อไป

รมช.อิทธิ คาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการหารือร่วมกันในครั้งนี้ จะเป็นการกระชับความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น รวมถึงการยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงด้านอาหารให้ดียิ่งขึ้นไป โอกาสนี้ ยังได้เชิญฝ่ายไอร์แลนด์เข้าร่วมการประชุมนานาชาติว่าด้วยการจัดการทรัพยากรดินและน้ำเพื่อความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน (The International Soil and Water Forum 2024) ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ ร่วมเป็นเจ้าภาพการจัดงาน ระหว่างวันที่ 9-11 ธันวาคม 2567 ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย


ทั้งนี้ สาธารณรัฐไอร์แลนด์เป็นประเทศคู่ค้าสินค้าเกษตรอันดับที่ 40 ของไทย ในระหว่างปี 2564-2566 มีสัดส่วนการค้าสินค้าเกษตรร้อยละ 0.21 ของมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรของไทยกับโลก ซึ่งมีสินค้าส่งออกที่สำคัญ 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) ไก่ชนิดแกลลัสโดเมสติกัสปรุงแต่ง อาทิ แกงไก่บรรจุกระป๋อง 2) อาหารปรุงแต่งอื่น ๆ อาทิ เต้าหู้ แอลกอฮอล์ผง ครีมเทียม 3) ซอสและของปรุงรสอื่น ๆ อาทิ ซอสพริก น้ำปลา กะปิ 4) เนื้อหรือส่วนอื่นของสัตว์ อาทิ หนังหมูแห้ง และ 5) ข้าวขัดสี อาทิ ข้าวเหนียว ข้าวหอมมะลิ

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...