หน้าแรกข่าวล่าสุดชุบชีวิตครอบครัวยายขอนแก่นรับเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 6 หมื่นบาท

ชุบชีวิตครอบครัวยายขอนแก่นรับเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 6 หมื่นบาท

-

อีกหนึ่งครอบครัวที่ อ.พล จ.ขอนแก่น ได้รับเงินตามโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 10,000 บาทผ่านสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการ ครอบครัวเดียวเกือบ 100,000 บาท ตามสิทธิ์ที่ได้รับ ซึ่งล้วนต่างนำไปซื้อข้าวสาร เครื่องอุปโภค บริโภคและใช้จ่ายในครัวเรือน ด้วยบรรยากาศและสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสอย่างมาก

นางจินตนา  ไกลกลาง อายุ 72 ปี อยู่บ้านเลขที่  42 ต.เมืองพล อ.พล จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ครอบครัวอยู่ด้วยกัน 9 คน ในบ้านเลขที่เดียวกัน ซึ่งในส่วนของตนเองนั้นได้รับการช่วยเหลทอจากรัฐบาล ในกลุ่มคนพิการและกลุ่มเปราะบาง 3 คน รวม 30,000 บาท และได้รับจริงตามวันที่รัฐบาลกำหนด ซึ่งเมื่อได้รับแล้วก็ไปซื้อข้าวสารแบบยกกระสอบ ในราคาหลายพันบาท โดยตัดสินใจซื้อข้าวหอมมะลิชั้นดีพิเศษ ที่ราคาแพงสุดเพื่อให้ครอบครัวและลูกหลานได้รับประทานกันบ้างกัน และถือเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้รับประทานข้าวหอมมะลิพิเศาชั้นดีที่มีราคาแพง และไม่เคยซื้อข้าวสารจำนวนมากขนาดนี้มาก่อน ที่ผ่านมาก็เพียงซื้อครั้งละ 1-2 กก.จากเงินผู้สูงอายุและเงินคนพิการที่ได้รับ ซึ่งนอกจากจะซื้อข้าวสารแล้วก็ยังคงมีการนำไปซ่อมแซมบ้าน ซื้อของใช้ต่างๆที่จำเป็นของคนสูงอายุและเก็บเงินไว้ใช้จ่ายทั่วไป

“บ้านที่อาศัยอยู่ก็ทรุดโทรม หากนำเงินที่ได้รับของครอบครัวตนเอง  คนกับของน้องสาวอีก 6 คนที่ได้รับมาซ่อมแซมก็คงไม่พอแน่เพราะบ้านชำรุดทรุดโดทรมมาก และก็ไม่เคยได้จับเงินเยอะขนาดนี้มาก่อนในชีวิต ดังนั้นเมื่อได้มานอกจากจะซื้อของกิน ของใช้แล้ว ยังนำมาซ่อมแซมบ้านในสิ่งที่ทำได้ ใช้หนี้ต่างๆที่มีและเก็บเงินไว้ใช้จ่ายในชีวิตบั้นปลายเพราะปีหน้าไม่รู้ว่าจะอยู่รอดเพื่อรับเงินช่วยเหลือแบบนี้อีกหรือไม่ ซึ่งก็อยากให้ น.ส.แพรทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี รวมทั้งพรรคร่วมรัฐบาล ได้พิจารณาช่วยเหลือคนยากคนจน คนพิการ คนเปราะบางหรือผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับการช่วยเหลือ ในระยะที่ 2 ซึ่งไม่ว่าจะให้เท่าไร หรือดำเนินการอย่างไร ขอให้ดำเนินการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือประชาชนตามนโยบายที่ได้ประกาศเอาไว้ให้ได้โดยสำเร็จจริงๆ”

ขณะที่ นางสมถวิล  ใจกลาง อายุ 70 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42 ต.เมืองพล อ.พล จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ครอบครัวตนเอง ได้รับเงิน 10,000 บาท รวมทั้งหมด 6 คน ในกลุ่มคนพิการและกลุ่มเปราะบาง พอทราบว่าเงินถูกโอนเข้าบัญชี ถึงกับยกมือไหว้ขอบคุณนายกอุ้งอิ้ง ทันทีเพราะไม่เคยได้รับเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้มาก่อน ดีใจมาก ดีใจสุดๆ ขอให้นายกอุ้งอิ้ง เป็นนายกรัฐมตรีตลอดไปและให้ออกนโยบายช่วยเหลือประชาชนด้วยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบนี้มาอย่างต่อเนื่อง คนที่รอในระยะที่ 2 ก็รออย่างมีคหวามหวัง จะให้มาก ให้อน้อยก็ขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาช่วยเหลือตามที่ประกาศเอาไว้ ตนเองก็จะขอมีชีวิตอยู่เพื่อรอรับการช่วยเหลืออีกหากในระยะที่ 3 มีการทบทวนและพิจารณาช่วยเหลืออีกครั้ง

“เงิน 60,000 บาทที่ได้ก้อนใหญ่จริงๆ ชีวิตไม่เคยมีเงินขนาดนี้มาก่อน เงินที่ได้มาก็เอาไปซื้อข้าว ซื้ออาหาร ซื้อแพมเพิสผู้ใหญ่ ใช้หนี้และเอาไว้ให้หลานๆไปโรงเรียน ซึ่งเงินก้อนนี้ยอมรับว่าทำให้ครอบครัวยิ้มได้ และสามารถที่จะซื้อของที่อยากกิน อยากทำและอยากได้ ”

 

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...