หน้าแรกข่าวล่าสุดไม่หวังกำไร ร้านเจเบตงคงขายราคาเดิมสวนกระแสผักแพง

ไม่หวังกำไร ร้านเจเบตงคงขายราคาเดิมสวนกระแสผักแพง

-

ยะลา-เทศกาลกินเจ ราคาผักสดในเขตเทศบาลเมืองเบตง จ.ยะลาปรับราคาขึ้น โดยเฉพาะผักสด คะน้า กวางตุ้ง ขึ้นฉ่ายอย่างละ 10 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ร้านอาหารเจยันขายราคาเดิม ชี้ประชาชนหันมารับประทานเจมากขึ้นถือเป็นกำไรแล้ว

เมื่อวันที่ 6 ต.ค.2567 ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง โดยเฉพาะแผงขายผักสด พบว่าในช่วงเทศกาลกินเจ ราคาผักเริ่มปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะคะน้า กวางตุ้ง มะระ และขึ้นฉ่าย สูงสุดอย่างละ 10 บาทต่อกิโลกรัม ขณะเดียวกัน ร้านขายอาหารเจก็เริ่มคึกคักไปด้วยลูกค้าที่เข้ามาอุดหนุนกันอย่างหนาตามากหขึ้นกว่าทุกปี

แม่ค้าขายผักกล่าวว่า สำหรับผักที่มีราคาพุ่งสูงขึ้นขณะนี้ คือ ต้นหอม เดิมขายกิโลกรัมละ 80-100 บาท ขณะนี้ขึ้นมาถึงกิโลกรัมละ 250 บาท นอกจากนี้บรรดาผักคะน้า ผักแซ่ซิ้ม ปรับขึ้นกิโลกรัม 10–15 บาท ส่วนแตงกวาเดิมขายกิโลกรัมละ 30 บาท ปรับขึ้นเป็น 40 บาท พริกเขียว-แดง เดิมกิโลกรัมละ 60 – 70 บาท ปัจจุบันกิโลกรัมละ 100 บาท จากที่เคยขายมาคาดว่าราคาผักจะเริ่มกลับมาปกติในช่วงเดือน ธ.ค. เพราะขณะนี้เกษตรกรหลายพื้นที่ถูกน้ำท่วม และจะกลับมาเพาะปลูกใหม่ได้หลังน้ำลด

ด้านแม่ค้าขายอาหารเจ กล่าวว่า ขายอาหารเจมานานกว่า 10 ปีแล้ว ส่วนราคาผักสดขึ้นราคานั้นมีผลกระทบเล็กน้อย เพราะทางร้านได้เฉลี่ยกันไป ซึ่งทางร้านขายอาหารเจยังคงราคาเดิมไว้ถึงแม้ราคาผักวัสดุที่จะนำมาประกอบอาหารเจจะขึ้นราคาแล้วก็ตามโดยยังคงขายแกงถุง 1 อย่างนั้นจะอยู่ที่ 40-50 บาทอาหารจานเดียว 2 อย่าง 50 บาทและอาหารจานเดียว 1 อย่าง 40 บาท ก็ยังคงราคาเดิม

ส่วนกำไรนั้นไม่ได้หวังมากนัก แต่พออยู่ได้ เพราะกำไรที่ได้นั้นคือ การส่งเสริมให้ชาวเบตงหันมารับประทานอาหารเจมากขึ้น ก็ทำให้มีความสุขมาก ถือเป็นกำไรที่สุดยอดแล้ว

ภาพ/ข่าว:เจษฎา สิริโยทัย จ.ยะลา

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...