หนึ่งในแหล่งปลูกกาแฟชั้นดีของเมืองไทย ท่ามกลางสภาพแวดล้อม อากาศ และดินที่เหมาะสมการทำไร่กาแฟ แถบอำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน เกษตรกรส่วนหนึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ม้งที่หันมาปลูกกาแฟกันร่วม 10 ปี สายพันธ์เกชา หรือที่หลายคนเรียกติดปากกัน “ เกอิชา” ที่มีต้นกำเนิดจากป่าแอฟริกา แถวเอธิโอเปีย ปานามา เป็นกาแฟอาระบิก้า พักหลังๆแถบเอเชียนิยมปลูกกันมาก เนื่องจากมีเอกลักษณ์ของกลิ่นดอกไม้ หอมหวานที่ชัดเจน แถมขายราคาที่สูง
พิเชษ กล้าพิทักษ์ เกษตรกรทำไร่กาแฟ บ้านมณีพฤกษ์ อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน กล่าวว่า ตนมีไร่กาแฟร่วม 40 ไร่ โดยเลือกสายพันธุ์อะราบิก้า เนื่องจากไร่ตั้งอยู่ที่ราบสูง กาแฟประเภทนี้ชอบอากาศเย็น ตั้งอยู่เหนือระดับน้ำทะเล 1,300 เมตร ทำให้กาแฟเมื่อผลิคผลออกมาแปรรูปแล้ว จะมีรสชาติดี กลิ่นหอมเมื่อเทียบสายพันธุ์อื่นๆ ถ้าหากอากาศร้อนสายพันธุ์นี้ จะเติบโตไม่ดี มีความอ่อนแอ และดูแลยาก
ขณะเดียวกัน ราคาขายเมล็ดกาแฟอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ถ้าอบแห้งเมื่อนำไปคั่ว สายพันธุ์เกอิชาตกราคา 3-8 พันกว่าบาท แต่ผลิตออกมาแต่ละปี ค่อนข้างน้อย ไม่พอกับความต้องการตลาด เนื่องจากมีออเดอร์สั่งเข้ามาตลาดในประเทศค่อนข้างเยอะ
“จุดเด่นกาแฟ สายพันธ์เกอิชา ที่ทางประเทศปานามาส่งมาให้เกษตรกรปลูก จะมีกลิ่นหอม คอกาแฟได้ลองดื่มแล้วติดใจในรสชาติ ปานามาราคาขายกิโลละ 7 แสนบาท ตอนนี้ทางเกษตรกรไทยกำลังทำการปรับปรุงสายพันธุ์ ใช้มุ่งกาง พึ่งพาตัวผึ้งมาผสมเกสร ซึ่งเกษตรกรได้รับการส่งเสริมจากเจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอมาให้องค์ความรู้ในการปลูกกาแฟ โดยเอาต้นและเมล็ดนำมาจากประเทศปานามา” พิเชษกล่าว
สำหรับบริเวณพื้นที่เพาะปลูก บ้านมณีพฤกษ์ กาแฟสายพันธุ์เกอิชา เริ่มปลูกและออกผลได้8เดือน เมื่อผลกาแฟเริ่มสุกเป็นสีแดง จะต้องเก็บเกี่ยวนำไปตากแดดเป็นระยะเวลา15-45วัน จนกว่าจะได้ความชื้นจากผลกาแฟที่เหมาะสม จากนั้นนำมาบ่มในกระสอบต่อ 4-6 เดือน แล้วจะกะเทาะเปลือกกาแฟออก กาแฟจะได้รสชาติดี








