Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดอมาโด้ เร่งผลักดันเครื่องจักสาน สินค้าภูมิปัญญาชาวบ้าน โกอินเตอร์

อมาโด้ เร่งผลักดันเครื่องจักสาน สินค้าภูมิปัญญาชาวบ้าน โกอินเตอร์

-

นายธนาตรัยฉัตร ภูโชคอนันต์ หรือ “เชน ธนา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมาโด้ กรุ๊ป จำกัดและคณะ ลงพื้นที่ ต.พยอม อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ร่วมกับผู้บริหาร อบต. รวมทั้งผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่

เชน ธนา กล่าวว่า เมื่อสามสัปดาห์ที่ผ่านมา เดินทางมาที่วิสาหกิจชุมชน ต.พยอม เพื่อนำเสนอฝีมือแรงงานเครื่องจักสาน จากภูมิปัญญาชาวบ้านในรูปแบบต่างๆ และคราวนี้ได้เดินทางมาที่ ต.พยอม อีกครั้ง หลังจากที่ตนได้นำผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชนภูมิปัญญาชาวบ้าน เครื่องจักสาน 1,000 ชุด ของวิสาหกิจชุมชน ต.พยอม อ.วังน้อย ไปโปรโมตผ่านรายการต่างๆ และรายการ Show by เชน ธนา ที่ตนรับผิดชอบ เพื่อนำเสนอ “ซอฟต์พาวเวอร์ By วังน้อย” ออกสู่สายตาประชาชนทั่วทุกภูมิภาคเเละทั่วโลก

การเสนอผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ตนช่วยประชาสัมพันธ์และสร้างกระแสซอฟต์พาวเวอร์ในพื้นที่นั้น ทำให้เกิดความต้องการในสินค้าภูมิปัญญาชาวบ้านเพิ่มขึ้น จึงต้องลงพื้นที่ อ.วังน้อย อีกครั้ง เพื่อสอบถามถึงกำลังการผลิต และตรวจดูคุณภาพของสินค้าดังกล่าว โดยพบว่า เครื่องจักสานหนึ่งชิ้นใช้เวลาผลิตราวหนึ่งสัปดาห์ โดยเลือกใช้วัสดุธรรมชาติที่ทนทาน ประกอบด้วยความประณีตในการผลิตด้วยมือ จากฝีมือของกลุ่มแม่บ้านและวิสาหกิจชุมชน รวมทั้งสืบสานวิธีการจักสาน ที่บรรพบุรุษถ่ายทอดเอาไว้ทุกขั้นตอน

ตรงนี้คือหัวใจที่สร้างคุณค่า ซอฟต์พาวเวอร์ By วังน้อยคือ “สินค้าแฮนด์เมด” ขณะเดียวกันตนได้เยี่ยมชมการผลิตไข่เค็มที่มีรสชาติกลมกล่อมหอมอร่อย เพราะไข่เค็มที่นี่ใช้ไข่เป็ดธรรมชาติ หรือ ไข่ไร่ทุ่ง มาผลิต และเพื่อให้คนไทยทั้งประเทศได้ลิ้มลองของดีมีคุณภาพจาก ต.พยอม อ.วังน้อย ก็เป็นอีกหนึ่งซอฟต์พาวเวอร์ที่ควรสนับสนุนเช่นกัน

เชน ธนา กล่าวอีกว่า จะเห็นได้ชัดว่าพื้นที่ อ.วังน้อย ตอนนี้ เริ่มมีการจ้างแรงงาน และการขยายตัวของการผลิตในภาคเอกชนเพิ่มขึ้น ตนอยากเห็นคนไทยทั่วทุกภูมิภาคมีอาชีพทำกิน มีรายได้จากการประกอบสินค้าภูมิปัญญาชาวบ้าน ซึ่งตนพร้อมจะนำส่งสินค้าให้กระจายออกสู่สายตาคนไทย และชาวโลกผ่านรายการต่างๆ ที่ตนร่วมรับผิดชอบ

หลังจากนั้น ตนกับทีมงานจะลงพื้นที่ จ.นครปฐม ซึ่งเป็นบ้านเกิด รวมทั้ง จ.ราชบุรี และ จ.กาญจนบุรี เพื่อดูว่าซอฟต์พาวเวอร์ของสามจังหวัดจะมีอะไรดีๆ ให้ตนช่วยประชาสัมพันธ์อีกบ้าง เพราะการลงพื้นที่หกจังหวัด ซึ่งตนกับพันธมิตรได้ขับเคลื่อนปลุกกระแสซอฟต์พาวเวอร์ และสินค้าโอท็อปของจังหวัดเหล่านั้น พบว่ามีการตอบรับสินค้าภูมิปัญญาชาวบ้านดีขึ้นมาก ดังนั้นต้องช่วยกันให้กระแสนี้อย่าตก และเสื่อมความนิยมในช่วงเวลาสั้นๆ ต้องทำให้ยั่งยืนผ่านการประชาสัมพันธ์ และการตลาดหลากรูปแบบโดยเฉพาะระบบออนไลน์.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากอดีตข้าราชการป่าไม้ โค่นสวนยาง 40 ไร่ ปลูกทุเรียนกว่า 1,200 ต้น ริมเทือกเขาบรรทัด

จากอดีตข้าราชการป่าไม้ "นายสนิท องศารา" หรือ "ลุงหนิด" วัย 65 ปี ตัดสินใจโค่นสวนยางพารากว่า 40 ไร่สู่เจ้าของสวนทุเรียนขนาดใหญ่ในพื้นที่ ต.ช่อง อ.นาโยง จ.ตรัง "ลุงหนิด" วัย 65 ปี บอกว่า  หลังเกษียณอายุราชการ ตัดสินใจโค่นสวนยางพารากว่า 40 ไร่เพื่อปลูกทุเรียน 4 สายพันธุ์...