หน้าแรกข่าวล่าสุดลอตแรกออกแล้ว ทุเรียนสายน้ำแร่หมอนทอง เร่งตัดคัดเกรดส่งขายจีน กก.ละ 200

ลอตแรกออกแล้ว ทุเรียนสายน้ำแร่หมอนทอง เร่งตัดคัดเกรดส่งขายจีน กก.ละ 200

-

สวนทุเรียนสายน้ำแร่ บ้านห้วยแก้ว อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ ตอนนี้ ลอตแรกของปีนี้ 500-600 กก.ออกสู่ตลาดแล้ว ทางสวนกำลังเร่งตัด และคัดเกรด เพื่อส่งให้ล้งที่จันทบุรีไปขายเมืองจีน ราคาช่วงนี้ กก.ละ 200 บาท โดยทางสวนยังเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมศึกษาดูงานด้วย

เมื่อวันที่ 16 เม.ย.2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สวนทุเรียนสายน้ำแร่ บ้านห้วยแก้ว ตำบลดอนเปา อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ของเกษตรกร ที่ปลูกในพื้นที่กว่า 30 ไร่ กำลังออกผลผลิตรุ่นแรกของปีนี้ ทางเจ้าของสวน นำคนงานตัดผลทุเรียน เพื่อคัดเกรด ลูกละไม่เกิน 5 กิโลกรัม นำมาทำความสะอาด ใช้ลมเป่า เศษวัสดุที่ติดตามซอกหนามทุเรียน เพื่อนำไปส่งให้กับล้ง ในจังหวัดจันทบุรี ราคากิโลกรัมละ 200 บาท ลอตแรกประมาณ 500-600 กิโลกรัม เร่งรวบรวมส่งไปขายยังประเทศจีน ซึ่งก็จะมีราคาแพงสูงขึ้นไปอีก

นายธนัท ศรีพนมยานนท์ อายุ 53 ปี เจ้าของสวนทุเรียนสายน้ำแร่ แม่วาง กล่าวว่า ทุเรียนที่จะส่งออก ต้องมีการคัดเกรด ทั้งขนาดของทุเรียน ต้องไม่เกินลูกละ 6 กิโลกรัม ส่วนทุเรียนจีน ที่มาตีตลาด แทนทุเรียนไทย ไม่กลัวแย่งตลาด เนื่องจากทุเรียนไทย เน้นคุณภาพเป็นหลัก รวมถึงรสชาติที่หวานมันกรอบ และกลิ่นหอมอร่อย

เจ้าของสวนทุเรียนสายน้ำแร่ กล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกัน ก็จะมีเจ้าของสวนทุเรียนมือใหม่ เข้ามาชมสวนทุเรียน ที่อำเภอแม่วางตลอด เพื่อศึกษาเรียนรู้ ทั้งการดูแล เอาใจใส่ และขั้นตอนของการปลูก ให้มีคุณภาพ ซึ่งทางเจ้าของสวน ก็ไม่ได้หวงวิชาความรู้ ยินดีแนะนำ รวมทั้งยังมีนักท่องเที่ยว พากันเข้ามาถ่ายรูป รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวจีน ก็มาดูลู่ทางการตลาด ในการนำนักท่องเที่ยวจีน เข้ามาชมสวนทุเรียนที่เชียงใหม่.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

อดีตคุณครูนราธิวาสตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อสานต่อกิจการผ้าบาติกวาดมือ

นางสาวซูวารียะ มะรีเป็น หรือ “กะรัส” อดีตคุณครูผู้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาสเพื่อสานต่อกิจการผ้าของครอบครัว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Rasbutik เติบโตจากร้านค้าผ้าแบบดั้งเดิมสู่ธุรกิจบาติกวาดมือที่มีทิศทางชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้จริง เดิมทีครอบครัวมีประสบการณ์ค้าขายผ้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยเริ่มจากการจำหน่ายผ้าสำเร็จรูปและนำสินค้าไปขายตามตลาดนัด เมื่อคลุกคลีกับวงการผ้ามากขึ้นจึงค่อย ๆ เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติก ทั้งลวดลายที่มีเอกลักษณ์และความสบายในการสวมใส่ แต่กะรัสมองว่า หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่ากับพื้นที่ การเป็นเพียง “ผู้ขาย” อาจไม่เพียงพอ จึงเริ่มขยับบทบาทสู่การพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตด้วยตนเองอย่างจริงจัง หัวใจของ Rasbutik คือการผลิต “บาติกวาดมือ” ที่อาศัยทักษะและความประณีตในทุกขั้นตอน...