เมื่อเร็วๆนี้ จัดสัมนา “ฟรีวีซ่าไทย-จีน สายสัมพันธ์ยั่งยืนเศรษฐกิจมั่งคั่ง” โดยมีชิบ จิตนิยม รายการจับจ้องมองจีน ทางช่อง เนชั่นทีวี รับหน้าที่เป็นพิธีกร พร้อมด้วย ดร.กำพล นายกผู้สื่อข่าวไทย-จีน มาร่วมเปิดพิธีกร พร้อมเชิญวิทยากรผู้มีความรอบรู้เรื่องธุรกิจเมืองจีน อาทิ สุพจน์ วงศ์จรัสรวี ที่ปรึกษารมต.ว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ,วิชัย มงคลชัยชวาล รองประธานหอการค้าไทย-จีน ,ดร. หลี่ เหรินเหลียง รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวิจัย คณะพัฒนาสังคมและยุทธศาสตร์การบริการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)
นายสุพจน์กล่าวว่า นับตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา จีนเดินทางเข้าไทยมาจับจองโรงแรมที่พักต่างๆจำนวนมาก ซึ่งแสดงเห็นว่านักท่องเที่ยวและนักลงทุน ซึ่งได้รับข้อมูลจากพลังโซเซียลมีเดีย บ่งบอกถึงศักยภาพหลายๆด้านเมืองไทยที่ชาวต่างชาติอย่างมาเที่ยวไทยกัน ทั้งนี้ เกิดจากความพร้อมรัฐบาลชุดนี้ บรรยากาศโดยรวมของประเทศดีขึ้น รวมทั้งระบบการขนส่ง สาธารณูปโภคที่มีความสะดวก ยิ่งรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมต่อจากจีนมายังประเทศลาว ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางสะดวกมากขึ้น จากนั้นจะเข้ามาทางเวียงจันทร์ ประเทศลาว เดินผ่านแดนมาทางจ.หนองคาย เข้ามาเที่ยวยังไทยระยะทางรวดเร็วขึ้น
ถึงกระนั้น หลังจากรัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารประเทศ จึงมีแนวทางที่จะดึงดูละนักเที่ยวและนักลงทุนมาไทยเพิ่มขึ้น จึงเปิดฟรีวีซ่า เพื่อให้ทั้งสองประเทศได้ร่วมกันพัฒนาเศรษฐกิจให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น เพราะว่าหลังจากเจอโควิท ปัญหาสงครามการค้า, สงครามบางประเทศ ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจโลกไม่ค่อยสมดุลกัน ทำให้การเติบโตเศรษฐกิจไม่ค่อยดีมากนัก ทางรัฐบาลพยายามหาแนวทางที่ดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาไทยเพิ่มขึ้น เพื่อที่สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ

“การเปิดฟรีวีซ่า จะส่งผลดีต่อเมืองไทยอย่างมาก เป็นนโยบายแรกๆของ นายกฯเศรษฐาที่เข้ามาบริหารประเทศ ที่น่าสังเกตุนับจากนั้นมา มีนักท่องเที่ยวมาไทยจำนวนมาก อย่างเมื่อปี64 ได้จัดทำบัตรอิริค การ์ดขึ้นมาให้กับนักท่องเที่ยวระดับวีไอพีเดินทางมาไทยมีสิทธิพิเศษด้านต่างๆ ช่วงหลังปรับเปลี่ยนเป็น บัตรไทยแลนด์ พริวิลเลจ คาร์ด สำหรับชาวต่างชาติ ต้องการสิทธิพิเศษวีซ่า5 ปี และได้รับการดูแลตั้งแต่เข้ามาเมืองไทย ปัจจุบันมียอดบัตรรวม 6 หมื่นกว่าใบ สามารถสร้างรายได้มีผลกำไร 66 ล้านบาทไปแล้ว ต่างจากช่วงแรกๆที่เป็นบัตรอีริคการ์ด ค่อนข้างที่ทำยอดไม่ดีมากนัก ซึ่งส่วนนี้เป็นนโยบายที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวอีกช่องทางหนึ่ง” นายสุพจน์กล่าว
ขณะเดียวกัน ถ้ามองอีกมุนหนึ่ง การเปิดฟรีวีซ่า มีทั้งมุมบวกและมุมลบ มีการมองกันว่าอาจมีคนเข้ามาไทยมากขึ้นแบบผิดกม. ไม่สามารถควบคุมได้ แต่อีกส่วนหนึ่งเดินทางเข้ามาถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งมีตัวเลขเพิ่มขึ้นทุกๆเดือน แต่พอมาเจอเหตุการณ์ที่สยามพารากอนช่วงนั้น ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจีนได้รับบาดเจ็บ ทำให้ช่วงนั้นหดหายไปจำนวนมากกว่าที่ฟื้นตัวมาได้อีกครั้งจนถึงปัจจุบัน
รองศาสตราจารย์ ดร.หลี่ เหรินเหลียง กล่าวต่ออีกว่า จริงๆแล้วมี 165 ประเทศเปิดกว้างให้ประเทศต่างๆเข้ามาจีนได้ เพื่อก้าวสู่ความเป็นมหาชนมากขึ้น แต่ในช่วงสถานการณ์โควิท 19ที่ผ่านมา จีนมีมาตรการควบคุมสูง แต่สามารถให้คนทุกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสิงค์โปร และมาเลเซีย ซึ่งถือว่าเป็นคู่ค้าที่สำคัญในภูมิภาคนนี้ ซึ่งพร้อมที่สนับสนุนนโยบายที่ดีกับประเทศที่มีการค้าร่วมกัน ต่างคน ต่างพึ่งพาสร้างธรรมาภิบาลที่ดี
ด้านนายวิชัย มองว่า กลุ่มนักลงทุนจากเมืองจีน จากการรวบรวมตัวเลขสนใจที่เข้ามาลงทุนในไทยร่วม 80 เปอร์เซ็นต์ กลุ่มนักลงทุนเหล่านี้มาไทยแล้ว เดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆสามารถดึงเม็ดเงินเข้าประเทศได้








