Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดโชว์นวัตกรรมโรงเรือนผักอัจฉริยะพลังงานแสงอาทิตย์

โชว์นวัตกรรมโรงเรือนผักอัจฉริยะพลังงานแสงอาทิตย์

-

นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตร ในฐานะหน่วยงานวิจัยหลักด้านพืชและเครื่องจักรกลการเกษตรของประเทศไทย ได้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาสู่การเกษตรอัจฉริยะ ให้สามารถเพิ่มผลผลิตต่อหน่วย ลดต้นทุนการผลิต แก้ไขปัญหาด้านแรงงานภาคเกษตร รวมถึงเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรได้ สร้างรายได้เพิ่มกับเกษตรกร ตามนโยบายการเกษตรอัจฉริยะของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยในปี 2567 สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม กรมวิชาการเกษตร ได้พัฒนาโรงเรือนอัจฉริยะอย่างง่ายสำหรับการปลูกพืชผักมีราคาที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรนครราชสีมา เพื่อแสดงถึงการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและนวัตกรรม ร่วมกับการทำเกษตรตามแนวเกษตรทฤษฎีใหม่ให้ประสานกันอย่างกลมกลืน ใช้แรงงานน้อยลง และเพิ่มคุณภาพของผลผลิต และปลอดสารพิษตกค้าง

นางสาวขนิษฐ์ หว่านณรงค์ วิศวกรการเกษตรชำนาญการพิเศษ สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม กล่าวว่า สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม ได้ออกแบบโรงเรือนอัจฉริยะอย่าง่ายที่เหมาะสมกับเกษตรกร โดยโรงเรือนมีขนาดกว้าง 5.3 ยาว 18 เมตร สูงจากพื้นถึงคานบน 2.35 เมตร หลังคาพลาสติก ด้านข้างเปิดโล่ง หรือสามารถติดแสลนบังแสงและลมด้านข้างได้ เพื่อปลูกผักไฮโดรโปนิกส์แบบน้ำนิ่งในกล่องโฟม วางโต๊ะปลูกขนาด 1×3 เมตร ได้ 10-15 โต๊ะ แต่ละโต๊ะวางกล่องโฟมปลูกผักขนาด 39x54x20 เซนติเมตร ได้ 10-12 กล่อง แต่ละกล่องสามารถปลูกได้ 6-8 ต้น โดยโรงเรือนสามารถปลูกผักได้ 600-1,440 ต้น

ภายใต้หลังคาโรงเรือนได้ติดตั้งระบบตาข่ายพรางแสงอัตโนมัติเพื่อลดความร้อนที่จะสัมผัสกับผักโดยตรง ควบคุมมอเตอร์พรางแสงด้วยบอร์ดสมองกลฝังตัว Arduino uno ซึ่งอ่านค่าอุณหภูมิจากเซนเซอร์ในโรงเรือนและประมวลผลทุก 3 นาที ถ้าอุณหภูมิของอากาศภายในโรงเรือนสูงกว่า 30 องศาเซลเซียส ตาข่ายพรางแสงจะทำงานอัตโนมัติ เขียนโปรแกรมควบคุมสมองกลด้วยภาษาที่ง่ายต่อการเรียนรู้ของเกษตรกร และได้ออกแบบให้ใช้พลังงานแสงอาทิตย์สำหรับควบคุมการทำงานของมอเตอร์พรางแสง เพื่อประหยัดค่าใช้ไฟฟ้าและลดการเดินสายไฟมาที่แปลง และตั้งเวลานาฬิกาที่ใช้ ปิด-เปิด ระบบควบคุมเฉพาะช่วงเวลา 6.00-20.00 น. เพื่อประหยัดแบตเตอรี่

นางสาวขนิษฐ์ กล่าวต่อไปว่า เบื้องต้นจากการทดสอบปลูกผักไฮโดรโปนิกส์แบบน้ำนิ่งในกล่องโฟม ในช่วงเดือน มกราคม-กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งมีอุณหภูมิเฉลี่ย 30 องศาเซลเซียส และความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ย 58% ทดสอบปลูกผักสลัดสายพันธุ์ต่างๆ ได้แก่ ผักกาดหอมอิตาลี บัตเตอร์เฮด กรีนคอส เรดคอส กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค ฟินเลย์ รวม 480 ต้น พบว่า ผักมีอัตราการรอดหลังลงปลูกในกล่องโฟม 95.0% ได้ผลผลิตรวม 53.7 กิโลกรัม (ไม่รวมน้ำหนักราก) มีน้ำหนักเฉลี่ย 120.30 กรัม/ต้น ซึ่งการปลูกผักสลัดไฮโดรโปนิกส์แบบน้ำนิ่งในกล่องโฟม มีจุดเด่นคือใช้น้ำน้อยมาก ประมาณต้นละ 4-5 ลิตร ไม่ต้องใช้คนงานดูแลมาก โดยระหว่างการลงกล้าปลูกผักในกล่องโฟม จนถึงการเก็บผักเติมน้ำแค่ 2 ครั้ง คือเติมน้ำผสมปุ๋ยราว 2-3 สัปดาห์หลังลงกล้า และเติมน้ำเปล่าอีกประมาณ

4 สัปดาห์หลังลงกล้า โดยไม่ใช้สารเคมีเลย หากเกษตรกรที่มีโรงเรือนอยู่แล้วต้องการใช้งานระบบควบคุมอัตโนมัติ จะต้องเสียค่าวัสดุทำตู้ควบคุมราคาประมาณ 5,000 บาท และวัสดุสำหรับม่านพรางแสงที่ควบคุมด้วยมอเตอร์ประมาณ 10,000 บาท โรงเรือนผักอัจฉริยะพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ถือเป็นนวัตกรรมทางด้านเกษตรอัจฉริยะเพราะใช้ทั้งเซนเซอร์วัดอุณหภูมิ สมองกลฝังตัว และพลังงานแสงอาทิตย์ใช้ไฟฟ้ากระแสตรง

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

ปลาต้มเค็มแม่ยุพินขายดิบขายดีพ่วงเรื่องราวซึ้ง ‘แมวพิการ’ สู้ชีวิตมัดใจลูกค้า

บรรยากาศตลาดนัดเกษตรกรบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองพิษณุโลก ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกวันศุกร์ เต็มไปด้วยความคึกคักจากประชาชนที่เดินทางมาเลือกซื้อสินค้าเกษตรและอาหารพื้นบ้านจากเกษตรกรในพื้นที่ โดยหนึ่งในร้านที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ “ร้านปลาต้มเค็มแม่ยุพิน ปลาสดบางระกำ” ที่มีลูกค้าประจำและนักชิมต่อคิวอุดหนุนอย่างต่อเนื่องจนสินค้าหมดเกลี้ยงแทบทุกสัปดาห์ จุดขายสำคัญของร้านคือ “ปลาต้มเค็มสูตรโบราณ” ที่ใช้ปลาตะเพียนสดเป็นวัตถุดิบหลัก นำมาตุ๋นด้วยกรรมวิธีดั้งเดิมนานกว่า 12 ชั่วโมง จนเนื้อปลานุ่มและก้างปลายุ่ย สามารถเคี้ยวรับประทานได้ทั้งตัว รสชาติหวาน เค็ม กลมกล่อม ตัดด้วยรสเปรี้ยวเล็กน้อยจากสมุนไพรและเครื่องปรุงสูตรเฉพาะ ทำให้กลายเป็นเมนูขึ้นชื่อที่ลูกค้าหลายคนตั้งใจเดินทางมาซื้อโดยเฉพาะ นางยุพิน สบายจิตร เจ้าของร้านชาวบ้านบางแก้ว ตำบลท่านางงาม อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก นอกจากจะนำปลาต้มเค็มมาจำหน่ายแล้ว ยังนำปลาสดจากคลองบางแก้วและแม่น้ำยม รวมถึงปลาร้าพื้นบ้านมาวางขาย สร้างรายได้และช่วยกระจายสินค้าประมงท้องถิ่นสู่ผู้บริโภคโดยตรง ด้าน น.ส.รุ้งพลอย นิตสูงเนิน ลูกสาวแม่ยุพิน...