ทุบสถิติใหม่! หนังสือเล่ม “ฟื้นคืนชีพ”! ในงานมหกรรมหนังสือฯ ครั้งที่ 31ปิดฉากยิ่งใหญ่ ประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย ยอดขายทำนิวไฮ500 ล้านบาท นักอ่านเข้าร่วมงานกว่า 1.4 ล้านคน Gen Z ครองแชมป์เข้างาน สัดส่วนสูงสุดถึง 44.60%
PUBAT ประกาศความสำเร็จ “มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31” เผยหนังสือ “เล่ม” คืนชีพ ยอดขาย ถล่มทลาย สวนกระแสความกังวลเรื่องน้ำท่วม ดันสำนักพิมพ์ส่วนใหญ่เติบโตเป็นบวก เม็ดเงินสะพัดเกิน 500 ล้านบาท เติบโตเกือบ 10 % ยอดผู้เข้าชมงานกว่า 1.4 ล้านคน ตลอด 10 วัน สะท้อนพลังหนังสือเล่มที่ยังครองใจ นักอ่าน โดยกลุ่ม Gen Z มีสัดส่วนสูงสุด 44.60% หนังสือการ์ตูนและนิยายแนวสยองขวัญ สืบสวนสอบสวน ขึ้นแท่นขายดี ขณะที่ฉบับสะสม นิยายสู่ซีรีส์ และกิจกรรมพบนักเขียน เติมสีสันให้โลกการอ่านได้รับความสนใจ ล้นหลาม ด้าน “ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล” ชี้ความสำเร็จเกิดจากความร่วมมือของคนทั้งวงการ แม้เผชิญความท้าทายจากอุทกภัย พร้อมต่อยอดพื้นที่พบกันของคนอ่าน กับนักเขียน สู่โอกาสเติบโตของอุตสาหกรรมหนังสือไทย
1 พฤศจิกายน 2569: งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ปิดฉากลง อย่างยิ่งใหญ่ด้วยบรรยากาศคึกคักตลอด 10 วัน ภายใต้แนวคิด “Unread Messages” โดยมีสำนักพิมพ์ และหน่วยงานเข้าร่วม 319 ราย ข้อมูลสถิติและเสียงสะท้อนจากผู้จัดพิมพ์ชี้ชัดว่า ตลาดหนังสือไทยยังคงเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในแง่จำนวนคนเดินงาน ยอดเงินสะพัด และกระแสความนิยมหนังสือเล่มที่กลับมาอย่างมีพลัง
นายณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) เปิดเผย ถึงภาพรวมและการจัดงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ว่า สำนักพิมพ์ส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมงานต่างประสบความสำเร็จด้านยอดขายอย่างโดดเด่น โดยหลายสำนักพิมพ์สามารถทำยอดขายทะลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ตั้งแต่จัดงานได้เพียงครึ่งทาง และเมื่อเฉลี่ยภาพรวมทั้งงาน พบว่าอัตราการเติบโตของยอดขายสำนักพิมพ์เป็นบวกเกือบทั้งหมด โดยคาดว่าตลอดระยะเวลา 10 วันมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 1.4 ล้านคน มีเม็ดเงินสะพัดมากกว่า 500 ล้านบาท
ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนความสำเร็จในครั้งนี้ มาจากการเตรียมความพร้อมอย่างเป็นระบบของสมาคม PUBAT ร่วมกับสำนักพิมพ์สมาชิก ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน และฝ่ายประชาสัมพันธ์ การนำเสนอข้อมูลข่าวสารแบบรอบด้านผ่านสื่อทุกแขนง ทั้งโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อออนไลน์ และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ได้ร่วมกันโปรโมตและกระจายข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสร้างกระแสบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียผ่านอินฟลูเอนเซอร์ ส่งผลให้ผู้บริโภครับรู้ข้อมูลหนังสือเล่มใหม่และทำการบ้านล่วงหน้าก่อนเดินทางมางาน
“ก่อนเริ่มต้นงาน คณะผู้จัดงานและสำนักพิมพ์ต่างมีความกังวลเกี่ยวกับปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนที่ต้องนำเงินไปใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงเมื่อเปิดงานกลับเป็นปรากฏการณ์ที่ ‘เกินความคาดหมาย’ อย่างสิ้นเชิง
เพราะตั้งแต่วันแรกของการเปิดประตูเข้าชมงาน ประชาชนและนักอ่านจำนวนมหาศาลเดินทางมารอเข้าร่วมงานตั้งแต่ก่อนเวลา 10.00 น. ซึ่งเป็นเวลาก่อนพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ บรรยากาศบริเวณหน้าประตูฮอลล์จัดแสดงเต็มไปด้วยความคึกคัก โดยมีนักอ่านวิ่งกรูเข้างานทันทีที่เปิดประตู เพื่อมุ่งหน้าไปยังคูหาสำนักพิมพ์เป้าหมาย สะท้อนถึงความต้องการซื้อสินค้าพรีเมียมและหนังสือปกใหม่ที่มีจำนวนจำกัด ซึ่งสินค้าพิเศษในหลายคูหา ถูกจำหน่ายหมดลงภายในเวลาอันรวดเร็ว”
นอกจากนี้ พฤติกรรมของผู้เข้าชมงานยังมีลักษณะการเข้าชมงานซ้ำ (Repeat Visitors) โดยนักอ่านหลายคนเดินทางมาเดินสำรวจงานในวันแรกเพื่อวางแผนและตรวจสอบรายชื่อหนังสือออกใหม่ จากนั้นเมื่อถึงช่วง ปลายเดือนซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เงินเดือนออก จึงเดินทางกลับมาซื้อหนังสือตามรายการที่จดบันทึกไว้ อีกทั้งกระแสการรีวิวหนังสือของผู้ที่มาเที่ยวชมงานในรอบแรกบนโลกออนไลน์ ยังช่วยดึงดูดผู้ซื้อระลอกสองให้เดินทาง มาเข้าร่วมงานอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 10 วัน
ขณะที่ข้อมูลจากแบบสำรวจผู้เข้าชมงานพบว่า เป็นเพศหญิง 65.48% เพศชาย 25.24% กลุ่ม LGBTQ+ 7.05% และไม่สะดวกระบุเพศ 2.23% โดยกลุ่มเยาวชนและคนรุ่นใหม่ หรือ Gen Z ครองแชมป์คนเข้างาน มีสัดส่วนสูงสุดถึง 44.60%
เมื่อแบ่งตามช่วงอายุ พบว่า ช่วงอายุ 23–28 ปี มีสัดส่วนสูงสุด 23.47%ตามด้วยช่วงอายุ 29–35 ปี สัดส่วน 20.38%, ช่วงอายุ 36–45 ปี สัดส่วน 16.86%, ช่วงอายุ 19–22 ปี สัดส่วน 15.55%, ช่วงอายุ 46–55 ปี สัดส่วน 9.77%, ช่วงอายุมากกว่า 55 ปี สัดส่วน 7.28%, ช่วงอายุ 15–18 ปี สัดส่วน 5.03% และช่วงอายุ 12–14 ปี สัดส่วน 1.66%
นายณัฐกร กล่าวอีกว่า พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคจากแบบสอบถามระบุว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมียอด ใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 1,500 บาท โดยมีสัดส่วนการใช้จ่ายแบ่งตามระดับราคา ดังนี้:
ผลการสำรวจความนิยมในการเลือกอ่านและซื้อหนังสือ นับรวมทั้งรูปแบบหนังสือเล่มและ E-books โดยผู้ตอบแบบสอบถามสามารถเลือกได้หลายคำตอบ ปรากฏผล 5 อันดับแรก ดังนี้:
1. หมวดการ์ตูน (มังงะ): ได้รับความนิยมสูงสุดเป็นอันดับ 1 คิดเป็น 38.19%
2. หมวดนิยายและวรรณกรรม: แนวสยองขวัญ / สืบสวนสอบสวน ได้รับความนิยม 31.94% โดยมีหมวดย่อยที่ได้รับความนิยมเรียงตามลำดับ
นิยายแฟนตาซี / Light Novel
นิยายรัก
นิยายวาย (Yaoi)
นิยายยูริ (Yuri)
3. หมวดจิตวิทยา / ให้กำลังใจ: คิดเป็น 24.54%
4. หมวดหนังสือพัฒนาตนเอง (How to): คิดเป็น 20.30%
5. หมวดตำราเรียน / คู่มือเตรียมสอบ: คิดเป็น 19.94%
“กลุ่มหนังสือที่สร้างสถิติยอดขายสูงสุดและทำ New High ในงานครั้งนี้อย่างชัดเจนคือ กลุ่มนิยายและวรรณกรรม โดยเฉพาะแนว Romantasy (โรแมนติกแฟนตาซี) และแนวสืบสวนสอบสวน ซึ่งมีอัตราการขยายตัวของฐานผู้อ่านอย่างกว้างขวาง ส่งผลให้สำนักพิมพ์ต่าง ๆ เพิ่มการลงทุนและแข่งขันกันถือลิขสิทธิ์หนังสือแปลคุณภาพสูง จากต่างประเทศอย่างเข้มข้น”
ในส่วนของหมวดหนังสือพัฒนาตนเอง (How to) และจิตวิทยา แม้จะได้รับความนิยมสูงเป็นอันดับต้น ๆ แต่จำนวนการออกปกใหม่มีข้อจำกัดมากกว่านิยาย เนื่องจากหนังสือ How to มักเน้นการตอบโจทย์และแก้ไขปัญหาเฉพาะบุคคล เช่น ปัญหาความสัมพันธ์ การทำงาน หรือการจัดการความเครียด ผู้ซื้อจึงเลือกซื้อเฉพาะเล่มที่ตรงกับความต้องการของตนเอง
นายณัฐกรกล่าวอีกว่า ประเด็นสำคัญที่เด่นชัดจากงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 คือ “การพลิกฟื้นและกลับมาได้รับความนิยมอย่างแข็งแกร่งของหนังสือรูปเล่ม (Physical Books)” ซึ่งแม้ผู้อ่านรุ่นใหม่จะหันมาอ่าน E-books เพิ่มขึ้นตามเทคโนโลยี แต่ E-books ไม่ได้เข้ามาดิสรัปต์หรือแทนที่หนังสือเล่มโดยสิ้นเชิง หากแต่เป็นสื่อที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน (Complementary) และช่วยขยายฐานผู้อ่านให้กว้างขึ้น
“ปัจจัยที่ทำให้หนังสือเล่มยังคงครองใจนักอ่าน เกิดจากการที่ผู้บริโภคยุคปัจจุบันให้คุณค่า (Value) กับรูปเล่ม การออกแบบหน้าปก เนื้อสัมผัสกระดาษ และคุณภาพการผลิต ผู้จัดพิมพ์จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาหนังสือเล่มในฐานะ ‘ของสะสมที่มีคุณค่าทางจิตใจ’ มีการผลิตทั้งฉบับพิเศษ (Special Collector’s Edition) สำหรับ นักสะสม และฉบับราคาจับต้องได้เพื่อรองรับกำลังซื้อที่หลากหลาย”
ความสำเร็จของงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 ไม่เพียงสะท้อนผ่านยอดผู้เข้าชมงานและยอดเงินสะพัดเท่านั้น แต่ยังสะท้อนว่า อุตสาหกรรมหนังสือไทยและวัฒนธรรมการอ่านหนังสือเล่มยังคงมีชีวิตชีวา มีการปรับตัวเข้ากับยุคสมัย และพร้อมที่จะเติบโตต่อไปในอนาคต
