หน้าแรก ข่าวล่าสุด ปราจีนฯวิกฤตอีก! ปลาบ่อดินบ้านสร้างน็อคน้ำตายเกลื่อนนับร้อยโล เกษตรกรผวาฝนกรด-สารพิษ

ปราจีนฯวิกฤตอีก! ปลาบ่อดินบ้านสร้างน็อคน้ำตายเกลื่อนนับร้อยโล เกษตรกรผวาฝนกรด-สารพิษ

ปราจีนบุรี — เกิดเหตุการณ์สร้างความตื่นตระหนกและวิตกกังวลอย่างหนักให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในบ่อดิน พื้นที่ตำบลบางปลาร้า อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี หลังเผชิญฝนตกลงมาส่งผลให้ปลาในบ่อเลี้ยงน็อคน้ำลอยหัวตายเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะปลานิลขนาดใหญ่ น้ำหนักประมาณ 500–700 กรัม พบตายลอยเกลื่อนรวมกว่า 100 กิโลกรัม ในบ่อเลี้ยงขนาด 11 ไร่

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2569  ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดปราจีนบุรี   ได้รับการเปิดเผยจากเกษตรกรและผู้ดูแลบ่อปลาดินในพื้นที่ ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังฝนตกหนักในพื้นที่ โดยตามปกติหากเป็นฝนตกทั่วไปปลาจะไม่เกิดอาการน็อคน้ำตายง่ายดายเช่นนี้

แต่ครั้งนี้หลังฝนตกลงมา ปลานิลและปลาหลายชนิดกลับลอยหัวน็อคน้ำตายทันที ชาวบ้านจึงตั้งข้อสันนิษฐานว่า อาจมีสารพิษหรือสารเคมีปนเปื้อนสะสมอยู่ในน้ำฝน หรือเกิดภาวะฝนกรดจากมลพิษในบรรยากาศ ส่งผลให้ปลาในบ่อปรับตัวไม่ทันและน็อคน้ำอย่างรวดเร็ว

แม้ในส่วนของมลพิษหรือคราบน้ำมันสีรุ้งจากพื้นที่อื่นจะยังไม่ไหลเข้ามาถึงคลองในเขตบ้านสร้าง (โดยกระแสน้ำเลี่ยงออกไปทางคลองบางขาม สะแกงาม และบางเค้าแทน) แต่กระแสข่าวสารเรื่องการปนเปื้อนโลหะหนักในแหล่งน้ำธรรมชาติ ได้ส่งผลกระทบทางจิตวิทยาและกลไกราคาตลาดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้ผู้บริโภคเกิดความหวาดระแวง ชะลอการซื้อปลาจากจังหวัดปราจีนบุรี จนส่งผลให้ราคาปลาตกต่ำลงทันทีช่วงนี้

แม้ผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำและตัวอย่างปลาในแม่น้ำปราจีนบุรีโดยหน่วยงานประมงจังหวัด ในเบื้องต้นจะระบุว่าอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย แต่ชาวบ้านได้สะท้อนมุมมองและจำแนกความแตกต่างของระบบการเลี้ยงไว้อย่างชัดเจน ดังนี้:
ปลาแม่น้ำและปลากระชัง: ได้รับผลกระทบโดยตรงจากน้ำหลากที่มีการปนเปื้อนสารเคมีหรือโลหะหนักที่หลุดรอดลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ

ปลาบ่อดิน: สำหรับบ่อปลาขนาดใหญ่ เช่น บ่อ 11 ไร่ ที่มีการถ่ายน้ำเข้าบ่อไว้ตั้งแต่ราว 7 เดือนก่อนหน้านี้ และปิดตายไม่ได้เปิดรับน้ำหลากชุดใหม่ที่มีข่าวปนเปื้อนเข้ามา เกษตรกรมั่นใจว่าปลาบ่อดินที่รอดและไม่ได้โดนน้ำท่วมขังปะปน ยังคงมีความปลอดภัยสูง

ทั้งนี้ เกษตรกรในพื้นที่ได้เสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนว่า ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งจัดการปัญหาที่ “ต้นน้ำ” ควบคุมและป้องกันไม่ให้สารพิษเล็ดลอดลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการเร่งระบายน้ำจากเขื่อนเพื่อผลักดันน้ำเก่าที่มีการปนเปื้อนให้ออกไป ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคให้กลับคืนมา ทำให้ปลาเมืองปราจีนบุรีสามารถกลับมามีราคาและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรได้ตามปกติต่อไป

###มานิตย์   สนับบุญ / ปราจีนบุรี###

Exit mobile version