ปราจีนบุรี – เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากทะลักท่วมทางหลวงแผ่นดินสาย 304 ช่วงกบินทร์บุรีกลางดึก ส่งผลให้ชาวบ้านต้องสะดุ้งตื่นเร่งเก็บของหนีน้ำอย่างจ้าละหวั่น ด้านนายอำเภอกบินทร์บุรีระบุ มวลน้ำขยายวงกว้างเข้าท่วมครบทั้ง 14 ตำบล ชุมชนตลาดเก่า 100 ปีจมน้ำสูงมิดศีรษะ ขณะที่อำเภอประจันตคามวิกฤตไม่แพ้กัน น้ำท่วมศูนย์ราชการและตลาดสด เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้รถออฟโรดลุยน้ำลึกเข้าช่วยเหลือผู้ป่วยและผู้สูงอายุที่ติดค้างตามบ้านเรือนกลางทุ่งนา
เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งเกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากจากพื้นที่ตำบลวังท่าช้าง ไหลทะลักเข้าท่วมทางหลวงแผ่นดินสาย 304 (เส้นทางเชื่อมภาคตะวันออก-นิคมอุตสาหกรรม/ท่าเรือแหลมฉบัง มุ่งหน้าภาคอีสาน และจังหวัดสระแก้ว) บริเวณบ้านนางเลง ตำบลกบินทร์ อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ประชาชนในพื้นที่ต้องตื่นขึ้นมาขนย้ายสิ่งของหนีน้ำกลางดึก เนื่องจากน้ำจากแควพระปรงได้ล้นตลิ่งเข้าท่วมผิวจราจรอย่างรวดเร็วต่อเนื่องมาจากเขตเทศบาลตำบลกบินทร์บุรี
นายสถิต ต้นอาจ ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า มวลน้ำเริ่มเอ่อทะลักขึ้นมาท่วมบนถนนบริเวณบ้านนางเลงตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. และระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้การจราจรติดขัดเป็นทางยาว และอาจเสี่ยงต่อการต้องปิดการสัญจรทั้งฝั่งมุ่งหน้าจังหวัดนครราชสีมาและฝั่งมุ่งหน้าจังหวัดฉะเชิงเทรา หากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอีก
นายธรรมรัฏฐ์ งามแสง นายอำเภอกบินทร์บุรี เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยผ่านทางโทรศัพท์ว่า ขณะนี้มวลน้ำได้ขยายวงกว้างเข้าท่วมพื้นที่ครบทั้ง 14 ตำบลของอำเภอกบินทร์บุรีแล้ว โดยมวลน้ำก้อนใหญ่จากตำบลวังท่าช้างได้หลากลงสู่ตำบลวังตะเคียน ตำบลบ่อทอง ตำบลย่านรี และพุ่งเข้าทะลักชุมชนตลาดเก่า 100 ปี เทศบาลตำบลกบินทร์บุรี ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำช่วงล่าง ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งสูงถึง 1.56 – 1.70 เมตร โดยบางจุดระดับน้ำท่วมสูงจนมิดศีรษะ กระทบประชาชนในชุมชนตลาดเก่ากว่า 120 ครอบครัว
นายอำเภอกบินทร์บุรี ระบุเพิ่มเติมว่า แม้ระดับน้ำในพื้นที่ต้นน้ำอย่างตำบลวังท่าช้างจะเริ่มลดลงแล้ว แต่ยังมีประชาชนอีกกว่า 130–140 ครอบครัวที่ยังคงต้องพักอาศัย ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราววัดวังดินสอและวัดวังท่าช้าง เนื่องจากบ้านเรือนถูกดินโคลนทับถมจนยังไม่สามารถกลับเข้าอยู่อาศัยได้ ส่วนเส้นทาง ทางหลวงหมายเลข 359 เริ่มกลับมาสัญจรได้แล้ว แต่ยังต้องระมัดระวังน้ำท่วมขังบริเวณสะพานสุขะภูมิ
ต่อมาได้รับแจ้งในพื้นที่อำเภอประจันตคาม สถานการณ์น้ำท่วมได้ขยายวงกว้างเข้าท่วมเขตเศรษฐกิจและศูนย์ราชการสำคัญ นายอัมรินทร์ เรือนศรี กำนันตำบลหนองแสง ในฐานะประธานชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน จังหวัดปราจีนบุรี และหัวหน้ากู้ภัยร่วมกตัญญู จังหวัดปราจีนบุรี เปิดเผยผ่านทางโทรศัพท์ว่า มวลน้ำได้ทะลักเข้าท่วมตลาดสดเทศบาลตำบลประจันตคาม ระดับน้ำสูงประมาณ 40–50 เซนติเมตร (ระดับหัวเข่า) ส่วนบริเวณ รพ.ประจันตคาม(บางส่วน) ที่ว่าการอำเภอประจันตคามมีน้ำท่วมสูงครึ่งหัวเข่า และบริเวณบ้านพักนายอำเภอมีระดับน้ำท่วมสูงเกือบถึงเอว
นอกจากนี้ น้ำยังหลากเข้าท่วมชุมชนท่าน้ำ บริเวณศาลเจ้า และวัดศรีประจันตคาม ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนในบริเวณดังกล่าวถูกน้ำท่วมทั้งหมด เฉลี่ยประมาณ 50 เซนติเมตร ทางเทศบาลได้ประกาศแจ้งเตือนให้พ่อค้า แม่ค้า และประชาชนเร่งยกสิ่งของขึ้นที่สูง เนื่องจากในพื้นที่ยังคงมีฝนตกโปรยปรายอย่างต่อเนื่อง
นายอัมรินทร์ กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยร่วมกตัญญูได้สนธิกำลังปฏิบัติหน้าที่ต่อเนื่องตลอด 2 วัน 2 คืน จากพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรีจนถึงอำเภอประจันตคาม สำหรับภารกิจเร่งด่วนในขณะนี้ คือการนำรถออฟโรดขับฝ่าน้ำลึกเข้าไปช่วยเหลือผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่ติดค้างอยู่ตามบ้านเรือนประมาณ 4–5 หลังคาเรือน บริเวณกลางทุ่งนาพื้นที่รอยต่อระหว่างตำบลหนองแสงและตำบลประจันตคาม ซึ่งมีระดับน้ำลึกจนยานพาหนะปกติไม่สามารถเข้า-ออกได้
ล่าสุดในตลาดเทศบาลตำบลประจันตคามรถขนาดเล็กเข้าไม่ได้แล้ว ในถนนสายหลักเส้นสุวรรณศร (ประจันตคาม – ปราจีนบุรี) หรือสาย 33 ตั้งแต่ช่วงห้วยขื่อรถขนาดเล็กระยะประมาณ 100 เมตรเศษ ผ่านไม่ได้แล้ว
###มานิตย์ สนับบุญ-ข่าว/ทองสุข สิงห์พิมพ์-ภาพ/ปราจีนบุรี##
