จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลงนามบันทึกความร่วมมือ “การบูรณาการการดำเนินงานด้านการพัฒนาศักยภาพของประชาชนไทย” ผสานองค์ความรู้ งานวิจัย นวัตกรรม และการทำงานเชิงพื้นที่ เพื่อพัฒนาศักยภาพประชาชนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและผู้ขาดโอกาส ให้สามารถพึ่งพาตนเองและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน
พิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ “การบูรณาการการดำเนินงานด้านการพัฒนาศักยภาพของประชาชนไทย” ระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2569 ณ ห้อง 105 อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ และนางสาวชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าว เปิดงาน จากนั้น ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนางเตือนใจ คงสมบัติ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมลงนามความร่วมมือ เพื่อสร้างกลไกความร่วมมือในการนำศักยภาพของทั้งสองหน่วยงานมาขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนไทยอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง มุ่งส่งเสริมศักยภาพประชาชนทุกช่วงวัย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ พัฒนาบุคลากร ตลอดจนส่งเสริมงานวิจัย นวัตกรรม เทคโนโลยี และฐานข้อมูลเพื่อการพัฒนาสังคม
นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กล่าวถึงที่มาและความสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ โดยชี้ให้เห็นว่าสังคมไทยกำลังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างที่ซับซ้อนหลายด้าน ทั้งความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ปัญหาหนี้สิน การเข้าสู่สังคมสูงวัย ปัญหาสุขภาพจิตในเด็กและเยาวชน ความรุนแรง อาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตลอดจนวิกฤตสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งล้วนส่งผลต่อครอบครัว คุณภาพชีวิต และความมั่นคงของมนุษย์ โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเปราะบางและผู้ขาดโอกาสทางสังคม ความร่วมมือครั้งนี้จึงมีเป้าหมายบูรณาการ ทรัพยากร องค์ความรู้ บุคลากร และข้อมูลของทั้งสองหน่วยงาน เพื่อร่วมดำเนินแผนงาน โครงการ และกิจกรรมที่ช่วยเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ และศักยภาพแก่บุคลากรผู้ปฏิบัติงานและประชาชนกลุ่มเป้าหมาย พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางการดำเนินงาน เพื่อให้การพัฒนาศักยภาพประชาชนไทยเกิดผลอย่างครอบคลุม เป็นรูปธรรม และยั่งยืน
ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า “บทบาทของมหาวิทยาลัยไม่ใช่เพียงการสร้างองค์ความรู้หรือผลิตบัณฑิต แต่ต้องนำองค์ความรู้ งานวิจัย นวัตกรรม และศักยภาพของบุคลากรไปสร้างการเปลี่ยนแปลงให้สังคมอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้นโยบาย Social Engagement ความร่วมมือกับ พม. จะเชื่อมจุดแข็งของทั้งสองหน่วยงาน เพื่อพัฒนาศักยภาพประชาชนทุกช่วงวัย ยกระดับบริการทางสังคมและช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง พร้อมสร้างสังคมที่ทุกคนมีโอกาส มีคุณภาพชีวิตที่ดี และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน”
นางสาวชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า การพัฒนาศักยภาพประชาชนเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และโครงสร้างประชากร การสร้างโอกาสให้ประชาชนมีความรู้ ทักษะ และสามารถปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลง จะช่วยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาครอบครัว ชุมชน และสังคมได้อย่างเข้มแข็ง
การผสานจุดแข็งของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ งานวิจัย นวัตกรรม เทคโนโลยี ฐานข้อมูล และองค์ความรู้ทางวิชาการ เข้ากับบทบาทของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งทำงานใกล้ชิดกับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง และเข้าใจปัญหาและความต้องการในพื้นที่ จะช่วยเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการสู่การปฏิบัติและตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
ภายใต้บันทึกความร่วมมือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายจะส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของกลุ่มเป้าหมายทุกช่วงวัยและทุกมิติ เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเอง มีคุณภาพชีวิตที่ดี และเข้าถึงสิทธิและบริการที่เหมาะสม รวมถึงสนับสนุนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในการปฏิบัติงาน การพัฒนาศักยภาพบุคลากรและนิสิต จุฬาฯ ตลอดจนข้อมูลสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมพัฒนา ผลักดัน ปรับปรุง และแก้ไขกฎหมาย กฎ และระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ส่งเสริมการวิจัยและการสร้างนวัตกรรม เทคโนโลยี และฐานข้อมูลเพื่อยกระดับการจัดบริการทางสังคมและการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและ ผู้ขาดโอกาส รวมถึงบูรณาการโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน
ความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ครั้งนี้ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้และนวัตกรรมจากมหาวิทยาลัยสู่การแก้โจทย์สังคมและการปฏิบัติงานจริง เพื่อร่วมกันสร้างโอกาส ยกระดับศักยภาพ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยให้สามารถรับมือกับควาทมเปลี่ยนแปลงและมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและประเทศอย่างยั่งยืน
