ท่ามกลางวิกฤตสุขภาวะใจของคนเมืองที่ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบทำให้เราอาจลืมหยุดมองสิ่งสวยงามเล็ก ๆ รอบตัว “ดอกไม้” อาจไม่ได้เป็นเพียงแค่สิ่งที่มองเห็นด้วยตา แต่เป็นตัวแทนของความสุข ความทรงจำ ความสัมพันธ์ และคุณค่าบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในใจ
นิทรรศการศิลปะ “Lost & F1ower : คุณมองเห็นดอกไม้ครั้งสุดท้าย..เมื่อไร?” จึงเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จและความภาคภูมิใจของ มูลนิธิไทยคม ที่ได้รับรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยม Design Excellence Award 2026 (DEmark 2026) ในสาขา Environmental & Spatial Design
โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ สะท้อนถึงความโดดเด่นของแนวคิดการออกแบบพื้นที่ที่ไม่ได้มุ่งสร้างเพียงความสวยงาม แต่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวและความรู้สึก ผ่านการผสานศิลปะเข้ากับการออกแบบพื้นที่ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้หยุดพัก ทบทวน และกลับมาเชื่อมโยงกับความรู้สึกของตัวเองอีกครั้ง
คุณพินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ กรรมการและเลขานุการมูลนิธิไทยคม กล่าวถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า “ทีมเราทุกๆคน ภูมิใจ และตื้นตันมาก ๆ ที่นิทรรศการ “Lost & F1ower : คุณมองเห็นดอกไม้ครั้งสุดท้าย..เมื่อไร?” ของ The Present Haus ได้รับรางวัลจาก DEmark 2026 สาขา Environmental & Spatial Design และต้องขอบคุณทีมจากบริษัท มัลติ สตูดิโอ จำกัด และ บริษัท ชูใจ กะ กัลยาณมิตร จำกัด ที่ช่วยถ่ายทอดความตั้งใจของเอมผ่านงานออกแบบที่ใช่ที่สุด จนทำให้ นิทรรศการนี้กลายเป็นพื้นที่เล็ก ๆ ที่สร้างการตระหนักรู้ตัวเองให้กับใครหลาย ๆ คน ได้รับพลังใจกลับออกไปค่ะ”
“Lost & Flower : คุณมองเห็นดอกไม้ครั้งสุดท้าย..เมื่อไร?” เป็นนิทรรศการศิลปะแนว Immersive และ Interactive ที่จัดขึ้นเป็นผลงานแรกของ The Present Haus โดยมูลนิธิไทยคม ผ่านการสร้างสรรค์ออกแบบโดย บริษัท มัลติ สตูดิโอ จำกัด และ บริษัท ชูใจ กะ กัลยาณมิตร จำกัด นิทรรศการที่จะพาคุณกลับมาพบดอกไม้ที่หายไปจากใจคุณ ในวันที่โลกทำให้คุณรู้สึกว่าใครๆ ต่างมีชีวิตที่ดี…กว่าคุณ จนหลายครั้ง ก็เผลอตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ฉันดีพอหรือยัง”, “คุณค่าของฉันอยู่ที่ไหน?”, “ฉันคือใครบนโลกใบนี้?”
โดยแนวคิดของนิทรรศการเริ่มต้นจากคำถามสำคัญที่ว่า “คุณมองเห็นดอกไม้ครั้งสุดท้าย..เมื่อไร?” ซึ่งทีมนักออกแบบได้ร่วมกันแปลงกรอบคิด การตระหนักรู้โลกภายในอย่าง CORE Model (หาเหตุ – สังเกตเป็น – เย็นได้ – เปิดใจกว้าง) ของมูลนิธิไทยคม ให้กลายเป็นเส้นทางการเดินทางกลับสู่ ‘ช่วงเวลาปัจจุบัน’ และสัมผัสแก่นแท้ภายในจิตใจ ผ่านประสบการณ์ที่ผสมผสานงานศิลปะเข้ากับการออกแบบพื้นที่ แสง สี เสียง และองค์ประกอบแบบ Interactive ทำให้ผู้ชมไม่ได้เป็นเพียงผู้ชมผลงาน แต่มีส่วนร่วมและสร้างความหมายให้กับประสบการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยตัวเอง
สำหรับเวทีรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยม ประจำปี 2569 หรือ Design Excellence Award 2026 (DEmark 2026) โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 19 เพื่อเชิดชูผู้ประกอบการ นักออกแบบ และหน่วยงานที่สร้างสรรค์ผลงานโดดเด่น และใช้การออกแบบเป็นเครื่องมือในการเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการไทย ถือเป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพด้านการออกแบบของไทย
ซึ่งในปีนี้ มีผลงานส่งเข้าร่วมประกวดจำนวน 620 ผลงาน และมีผลงานได้รับรางวัลจำนวน 128 ผลงาน จากผู้ประกอบการและนักออกแบบ 107 ราย ครอบคลุม 8 สาขา สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและพัฒนาการของงานออกแบบไทย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่ม ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าและบริการไทย และผลักดันผู้ประกอบการไทยให้เติบโตได้อย่างเข้มแข็งในตลาดสากล
“ขอบคุณทีมทุกคนอีกครั้ง ที่ร่วมกันทำให้ความตั้งใจนี้เกิดขึ้นจริง และขอบคุณคณะผู้จัดและท่านกรรมการ DEmark ทุกๆ ท่านสำหรับรางวัลในครั้งนี้ รางวัล DEmark Award 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งกำลังใจสำคัญที่ทำให้เราอยากพัฒนาและสร้างสรรค์นิทรรศการรูปแบบใหม่ ๆ ต่อไป ซึ่ง The Present Haus เริ่มต้นขึ้นมาเนื่องจากความตั้งใจอยากให้เป็นพื้นที่ให้ผู้คนได้พักกาย พักใจ ได้กลับมาใช้เวลากับตัวเอง
และเราอยากให้ทุกพื้นที่ของ The Present Haus เป็นพื้นที่ที่ผู้คนเข้ามาแล้วได้รับบางอย่างกลับไป ไม่ว่าจะเป็นแรงบันดาลใจ ความรู้สึกดี ๆ พร้อมกับมุมมองใหม่ ๆ เราต้องการให้พื้นที่แห่งนี้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบ่มเพาะ Strong-Minded Citizens หรือพลเมืองผู้มีจิตใจเข้มแข็ง เพื่อช่วยให้เยาวชน และคนไทยรุ่นใหม่มีภูมิคุ้มกันทางใจ พร้อมที่จะออกไปใช้ชีวิตในโลกภายนอกได้อย่างอยู่รอดท่ามกลางความผันผวน อยู่ร่วมกับความแตกต่างหลากหลายอย่างเข้าใจ และอยู่อย่างมีความหมาย โดยเริ่มต้นจากการตระหนักรู้และโอบรับคุณค่าภายในหัวใจของตัวเอง
ในอนาคตเราจะยังคงมองหาวิธีที่จะนำศิลปะ การออกแบบ และเรื่องราวที่ใกล้ตัว มาสร้างเป็นประสบการณ์ที่เข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น และหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งให้ใครหลายๆคนได้มีกำลังใจ และได้ค้นพบ จุดมุ่งหมายความสุขที่แท้จริงในใจค่ะ” คุณพินทองทา กล่าวปิดท้าย
