หน้าแรก ข่าวล่าสุด ปลุกพลัง SME อีสาน! ขอนแก่นฐานใหญ่สุด สสว.อัดเครื่องมือดันโตไกลระดับโลก

ปลุกพลัง SME อีสาน! ขอนแก่นฐานใหญ่สุด สสว.อัดเครื่องมือดันโตไกลระดับโลก

สสว. สัญจรปลดล็อกโอกาสเอสเอ็มอีอีสาน ส่งพลังท้องถิ่น สู่จุดแข็งบนเวทีโลกมุ่งขยายตลาด สร้างศักยภาพ SME ไทย สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เดินหน้าส่งพลังช่วยผู้ประกอบการทั่วประเทศ ปักหมุดภาคอีสานเป็นจุดหมายสุดท้ายของกิจกรรม “สสว. UNLOCK ปลดล็อกธุรกิจ SME ไทย” ภายใต้แนวคิด “ปลดล็อกโอกาสใหม่ SME อีสาน ส่งพลังท้องถิ่นสู่จุดแข็งบนเวทีโลก” ระหว่างวันที่ 28-30 สิงหาคม 2569 ที่ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ขอนแก่น พิธีเปิดมี นายชรัญญา หยองเอ่น หัวหน้าสำนักงานจังหวัดขอนแก่น นายวชิระ แก้วกอ รองผู้อำนวยการสำนักงาน สสว. และ นายภพพล เกษมสันต์ ณ อยุธยา ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น เข้าร่วม

นายชรัญญา กล่าวว่า จังหวัดขอนแก่นมีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด หรือ GPP มากกว่า 230,000 ล้านบาท และมีผู้ประกอบการ SME มากกว่า 70,000 ราย มากที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สะท้อนพลังของธุรกิจท้องถิ่นที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของภูมิภาค

นอกจากความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ภาคอีสานยังมีจุดแข็งจากภาคเกษตร อาหาร พหุวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น แต่โจทย์ใหญ่คือการเปลี่ยนต้นทุนเหล่านี้ให้กลายเป็น “แต้มต่อ” ในการแข่งขันระดับสากล และผลักดันผู้ประกอบการฐานรากให้สามารถขยายตลาดได้อย่างยั่งยืน

การทำหน้าที่เป็น “The Growth Connector” ของ สสว. จึงมีเป้าหมายเชื่อมเครื่องมือและโอกาสให้ผู้ประกอบการ ตั้งแต่การยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการ การพัฒนานวัตกรรมเกษตรแปรรูป ไปจนถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ เพื่อช่วย SME ท้องถิ่นฝ่าข้อจำกัดและเดินเข้าสู่ตลาดที่ใหญ่ขึ้น

ภายในงานยังจัดเต็มทั้งนิทรรศการบทบาทของ สสว. พื้นที่นำเสนอความสำเร็จของผู้ประกอบการ และบริการจากศูนย์ให้บริการ SME ครบวงจร หรือ OSS ที่นำเจ้าหน้าที่มาให้คำปรึกษาถึงพื้นที่ พร้อมกิจกรรม “ภารกิจไขกุญแจ 5 ดอก” เพื่อให้ผู้ประกอบการค้นหาจุดแข็งและแนวทางพัฒนาธุรกิจของตัวเอง

อีกหนึ่งไฮไลต์คือเวทีสร้างแรงบันดาลใจจาก “ต้าห์อู๋-พิทยา แซ่ฉั่ว” ศิลปิน นักแสดง และผู้ประกอบการร้านเครื่องดื่ม ซึ่งร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ในหัวข้อ “ยกระดับร้านค้าด้วยแบรนด์: กุญแจ UNLOCK โอกาส คุณค่า และการเติบโตของธุรกิจ” หวังจุดประกายทั้งผู้ประกอบการ SME และคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจ

ด้านนายวชิระ กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการ “ปลดล็อก” SME ไทย อยู่ที่ กุญแจ 5 ดอก ซึ่ง สสว.นำมาใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนผู้ประกอบการอย่างเป็นระบบ กุญแจดอกแรก คือ แหล่งเงินทุน ผ่านมาตรการช่วยเหลือและระบบ BDS (Business Development Service) หรือโครงการ “SME ปัง ตังได้คืน” ซึ่ง สสว.สนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ผู้ประกอบการในรูปแบบร่วมจ่าย หรือ Co-Payment

กุญแจดอกที่สอง คือ ความรู้และคำปรึกษา ผ่านศูนย์ OSS ที่มีอยู่ทุกจังหวัด เพื่อให้คำแนะนำ ปรับปรุงธุรกิจ และเติมทักษะใหม่ให้ทันกับการแข่งขัน

กุญแจดอกที่สาม คือ ข้อมูลและสิทธิประโยชน์ โดยเชื่อมความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรกว่า 50 แห่ง ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเพิ่มแต้มต่อให้ SME ไทย

กุญแจดอกที่สี่ คือ โอกาสทางการตลาด ทั้งตลาดภายในประเทศผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ THAI SME-GP รวมถึงการเจาะตลาดต่างประเทศผ่านกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ หรือ Business Matching

ส่วนกุญแจดอกที่ห้า คือ ด้านนโยบาย โดย สสว.จะผลักดันมาตรการเชิงรุก เพื่อสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ หรือ “S Ecosystem” ที่เอื้อต่อการเติบโตของ SME ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ

นายวชิระ กล่าวย้ำว่า กุญแจทั้ง 5 ดอกถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยไม่ต้องเดินลำพัง ท่ามกลางสนามการค้าที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และจะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันธุรกิจฐานรากให้เติบโตอย่างมั่นคง แข่งขันได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

สำหรับ ผู้ประกอบการ SME และผู้สนใจเริ่มต้นธุรกิจ สามารถติดตามข้อมูลและกิจกรรมของ สสว.เพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ sme.go.th และเฟซบุ๊ก Office of SMEs Promotion

ข่าว/ภาพ : จักรพันธ์ นาทันริ ผู้สื่อข่าวจังหวัดขอนแก่น

.

Exit mobile version