“ศุภจี” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่สุราษฎร์ธานี ติดตามสถานการณ์ผลผลิตผลไม้ไทย พร้อมพาคณะทูตานุทูตและผู้แทนทางการทูตจาก 15 ประเทศสัมผัสของจริงถึงสวนทุเรียนลุงโหน่ง ชิมทุเรียน 10 สายพันธุ์ สละ เงาะ และน้ำมะพร้าวสด หวังสร้างความเชื่อมั่นคุณภาพผลไม้ไทย เดินหน้าผลักดันประเทศไทยสู่ “Thailand : The Land of Tropical Fruits” และยกระดับเป็น “Global Fruit Destination”
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ “สวนทุเรียนลุงโหน่ง” อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ติดตามสถานการณ์ผลผลิตผลไม้ พร้อมเปิดสวนต้อนรับคณะทูตานุทูตและผู้แทนทางการทูตจาก 15 ประเทศ สัมผัสผลไม้ไทยถึงแหล่งผลิต ภายใต้กิจกรรมประชาสัมพันธ์ผลไม้ไทย แนวคิด “Thailand : The Land of Tropical Fruits” หวังใช้ “ของดีจากสวน” เป็นทูตการค้า สร้างความเชื่อมั่น ก่อนผลักดันผลไม้ไทยบุกตลาดโลกอย่างแข็งแกร่ง
การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้รับการต้อนรับจาก นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่

บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยคณะได้เดินชมสวนและสัมผัสผลผลิตจากเกษตรกรอย่างใกล้ชิด ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การชิมทุเรียนถึง 10 สายพันธุ์ รวมทั้งสละพันธุ์สุมาลี เงาะ และน้ำมะพร้าวสด ตลอดจนชมการสาธิตวิธีปลูกต้นกล้าทุเรียน เพื่อให้คณะทูตานุทูตได้เห็นกระบวนการผลิตและศักยภาพของผลไม้ไทยจากพื้นที่เพาะปลูกจริง
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดยกระทรวงพาณิชย์ ผ่านกรมการค้าภายใน เพื่อใช้เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างอุปสงค์และเพิ่มมูลค่าให้ผลไม้ไทย ด้วยการเปิดประสบการณ์จากแหล่งผลิตโดยตรง ตั้งเป้ายกระดับประเทศไทยสู่การเป็น “Thailand : The Land of Tropical Fruits” ควบคู่กับการสร้างการรับรู้ในฐานะ “Global Fruit Destination” หรือจุดหมายปลายทางด้านผลไม้ระดับโลก
ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตผลไม้เมืองร้อนที่สำคัญของโลก โดยเฉพาะ “ทุเรียนไทย” ที่ได้รับการยอมรับทั้งด้านคุณภาพ รสชาติ และความหลากหลายของสายพันธุ์ ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดโลกที่ทวีความเข้มข้นขึ้นทุกขณะ และไม่ได้วัดกันเพียงปริมาณผลผลิตอีกต่อไป แต่ยังเป็นการช่วงชิงความเชื่อมั่น ภาพลักษณ์ คุณภาพมาตรฐาน ตลอดจนประสบการณ์ที่ผู้บริโภคได้รับ
การพาคณะทูตานุทูตลงถึงสวน จึงเปรียบเสมือนการเปิดประตูให้ตัวแทนจากนานาประเทศได้ “เห็นกับตา ชิมกับปาก” และสัมผัสศักยภาพผลไม้ไทยจากต้นทาง สร้างความรู้ความเข้าใจและความเชื่อมั่นในคุณภาพ มาตรฐาน และความหลากหลายของผลผลิตไทย ก่อนนำประสบการณ์กลับไปบอกต่อผ่านเครือข่ายในแต่ละประเทศ
กระทรวงพาณิชย์เชื่อมั่นว่า กิจกรรมครั้งนี้จะช่วยต่อยอดโอกาสทั้งด้านการค้าและการท่องเที่ยวเชิงผลไม้ โดยอาศัยเครือข่ายคณะทูตานุทูตและผู้แทนทางการทูตเป็นอีกหนึ่งพลังในการประชาสัมพันธ์ผลไม้ไทยสู่สายตาชาวโลก ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผลไม้ไทยในระยะยาว
สำหรับคณะทูตานุทูตและผู้แทนทางการทูตที่เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้มาจาก 15 ประเทศ ประกอบด้วย อาเซอร์ไบจาน บังกลาเทศ เบลเยียม คิวบา กัวเตมาลา ฮังการี อิตาลี คาซัคสถาน เคนยา สาธารณรัฐเกาหลี มัลดีฟส์ โปรตุเกส ศรีลังกา อุซเบกิสถาน และเวเนซุเอลา
ขณะที่ “สวนทุเรียนลุงโหน่ง” ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งเรียนรู้สำคัญของเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในจังหวัดสุราษฎร์ธานีและพื้นที่ใกล้เคียง โดยมี นายศิริ เฮ่าสกุล นายกสมาคมทุเรียนใต้ เป็นเจ้าของสวน ภายในรวบรวมทุเรียนไว้มากกว่า 40 สายพันธุ์ ทั้งพันธุ์การค้าสำคัญอย่างหมอนทอง ก้านยาว รวมถึงทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองอีกหลากหลายสายพันธุ์ สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายและต้นทุนทางการเกษตรของภาคใต้ที่พร้อมต่อยอดสู่ตลาดมูลค่าสูง
การเปิดสวนรับคณะทูตจาก 15 ประเทศในครั้งนี้ จึงไม่ได้มีเพียงภาพของการ “ชิมทุเรียนกลางสวน” แต่ยังเป็นการนำผลไม้ไทยขึ้นเวทีการทูตและการค้า ใช้รสชาติ คุณภาพ และความหลากหลายเป็นเครื่องมือสร้างการจดจำ หวังเปลี่ยนเสน่ห์จากสวนผลไม้ไทยให้กลายเป็นทั้งเม็ดเงินจากการส่งออกและแม่เหล็กดึงนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้าสู่ประเทศไทย