หน้าแรก ข่าวล่าสุด ‘อนุทิน’ ปลุก SME ไทยสู้เปิดทางทุน-เทคโนโลยี-ตลาดดันโตระดับโลกพร้อมมอบ 15 รางวัล

‘อนุทิน’ ปลุก SME ไทยสู้เปิดทางทุน-เทคโนโลยี-ตลาดดันโตระดับโลกพร้อมมอบ 15 รางวัล

โลกเปลี่ยน ธุรกิจต้องเปลี่ยน! “นายกฯ อนุทิน” เตือน SME อย่าหยุดนิ่ง ชี้ธุรกิจเก่าอาจลดบทบาท แต่โอกาสใหม่กำลังเปิดกว้าง ย้ำรัฐบาลพร้อมหนุนเต็มกำลัง เป็น “ลมใต้ปีก” ช่วยผู้ประกอบการเข้าถึงเงินทุน เทคโนโลยี และตลาด ก่อนมอบ 15 รางวัลเชิดชูสุดยอด SME ไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล “สุดยอด SME แห่งชาติ ครั้งที่ 18” และรางวัล “SME Provincial Champion Awards ครั้งที่ 4” ประจำปี 2569 ท่ามกลางคณะรัฐมนตรี ผู้บริหารสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ผู้ประกอบการ SME และตัวแทนภาคธุรกิจเข้าร่วมงาน ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 2 โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน กรุงเทพมหานคร

ก่อนเข้าสู่พิธี ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมกันยืนสงบนิ่งเพื่อถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงบทบาทของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME ว่า ถือเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะท่ามกลาง “เศรษฐกิจยุคใหม่” ที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แม้กระแสความเปลี่ยนแปลงจะทำให้ธุรกิจบางประเภทต้องเร่งปรับตัว หรือบางธุรกิจอาจทยอยลดบทบาทลง แต่ในอีกด้านหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวกลับเปิดประตูสู่โอกาสทางธุรกิจรูปแบบใหม่สำหรับผู้ประกอบการที่มองเห็นโอกาสและพร้อมปรับตัว

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า วันนี้ “ความสามารถในการปรับตัว” ไม่ใช่เพียงทางเลือกของผู้ประกอบการอีกต่อไป แต่กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่จะชี้ชะตาทั้งการอยู่รอดและการเติบโตของธุรกิจรัฐบาลจึงตระหนักว่า SME ไทยจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเพิ่มผลิตภาพ การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรม การเปิดประตูให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนและตลาดที่กว้างขึ้น ตลอดจนการเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่า หรือ Value Chain และห่วงโซ่อุปทาน หรือ Supply Chain ทั้งในประเทศและระดับสากล เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย

นายกรัฐมนตรีย้ำอีกว่า ภารกิจยกระดับ SME ไม่สามารถผลักดันได้โดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่จำเป็นต้องอาศัยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน สถาบันการศึกษา ตลอดจนเครือข่ายพันธมิตร เพื่อร่วมกันสร้างระบบสนับสนุนที่ทำให้ผู้ประกอบการเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี เงินทุน และโอกาสทางการตลาดได้อย่างทั่วถึงสิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นรากฐานสำคัญในการผลักดันให้ SME ไทยแข็งแกร่ง สามารถยืนหยัดท่ามกลางการแข่งขัน และเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงโครงการ SME National Awards และการขยายผลสู่ SME Provincial Champion Awards หรือรางวัลสุดยอด SME จังหวัด ซึ่งดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 ว่า มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาผู้ประกอบการไทย เพราะเป้าหมายไม่ได้หยุดอยู่เพียงการมอบรางวัลให้แก่ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จเท่านั้น

แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการ ค้นหาและส่งเสริมธุรกิจที่มีศักยภาพ ตลอดจนสร้างผู้ประกอบการต้นแบบ ซึ่งสามารถนำความสำเร็จและองค์ความรู้ไปถ่ายทอด รวมถึงสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการรายอื่นทั่วประเทศ

นายอนุทินยังกล่าวแสดงความยินดีกับผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลทุกคน พร้อมชื่นชมถึงความมุ่งมั่น ความพยายาม และความสามารถในการนำพาองค์กรฝ่าความท้าทายทางเศรษฐกิจและการแข่งขันจนสามารถเติบโตได้อย่างโดดเด่น โดยระบุว่า ความสำเร็จของผู้ได้รับรางวัลไม่ได้สะท้อนเพียงตัวเลขผลประกอบการหรือการเติบโตทางธุรกิจเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงคุณภาพในการบริหารองค์กร ความรับผิดชอบต่อสังคม และศักยภาพในการก้าวขึ้นเป็นต้นแบบให้กับผู้ประกอบการไทยทั่วประเทศ

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรียังแสดงความหวังว่า ผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลจะนำความสำเร็จในวันนี้ไปต่อยอดสู่การเติบโตในระดับที่สูงขึ้น รวมถึงแบ่งปันองค์ความรู้และประสบการณ์ ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อช่วยกันสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจของไทยให้มีความเข้มแข็ง และผลักดัน SME ไทยให้สามารถเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

นายกรัฐมนตรี ยังขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมประกาศจุดยืนของรัฐบาลว่าจะเดินหน้าเคียงข้างผู้ประกอบการไทย และทำหน้าที่เป็น “ลมใต้ปีก” ช่วยหนุน SME ให้สามารถทะยานฝ่าความท้าทายทางเศรษฐกิจรัฐบาลจะเดินหน้าลดอุปสรรคในการประกอบธุรกิจ ส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เทคโนโลยี องค์ความรู้ และโอกาสทางการตลาด เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเติบโต สร้างการจ้างงาน สร้างรายได้ และนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ

สำหรับการมอบรางวัลครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบรางวัลสุดยอด SME แห่งชาติ ครั้งที่ 18 และรางวัล SME Provincial Champion Awards ครั้งที่ 4 ประจำปี 2569 ให้แก่ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพและผลงานโดดเด่น รวมทั้งสิ้น 15 รางวัล ประกอบด้วย

  • รางวัลสุดยอด SME แห่งชาติยอดเยี่ยม ครั้งที่ 18 (The Best of the Best SME Thailand Award) จำนวน 1 รางวัล
  • รางวัลสุดยอด SME แห่งชาติ ครั้งที่ 18 ระดับภาคธุรกิจ จำนวน 3 รางวัล
  • รางวัลสุดยอด SME แห่งชาติ 3 ปีซ้อน จำนวน 5 รางวัล
  • รางวัลสุดยอด SME แห่งชาติ 5 ปีซ้อน (Hall of Fame) จำนวน 2 รางวัล
  • รางวัลสุดยอดธุรกิจ 4 กลุ่มอุตสาหกรรม ภายใต้ SME Provincial Champion Awards จำนวน 4 รางวัล

รวม 15 รางวัล เพื่อเชิดชูผู้ประกอบการที่สามารถพิสูจน์ศักยภาพและความแข็งแกร่งของธุรกิจ ท่ามกลางโลกเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและความเปลี่ยนแปลง พร้อมก้าวขึ้นเป็นต้นแบบให้กับ SME ไทยในการเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

Exit mobile version