หน้าแรก ข่าวล่าสุด TCMA จับมือแคนาดา ดันเทคโนโลยีจับ “คาร์บอน” ปูทางสู่ Net Zero 2025

TCMA จับมือแคนาดา ดันเทคโนโลยีจับ “คาร์บอน” ปูทางสู่ Net Zero 2025

TCMA เดินหน้าความร่วมมือไทย–แคนาดา นำเทคโนโลยีดักจับคาร์บอน (Carbon Capture) ทดลองใช้จริงในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ของไทย ปักหมุด “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” เป็นพื้นที่ต้นแบบเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ เชื่อมภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ ภาคการศึกษา และพันธมิตรระดับโลก รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ควบคู่ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว

จากความร่วมมือไทย–แคนาดา สู่การทดสอบเทคโนโลยีระดับอุตสาหกรรม

สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) เผยความก้าวหน้าความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ “ไทย–แคนาดา” ภายใต้โครงการ “Decarbonization of the Cement and Concrete Sectors in Thailand” โดยนำหน่วยดักจับคาร์บอนเคลื่อนที่ (Mobile Carbon Capture Unit: MCCU) เข้ามาทดลองใช้งานในประเทศไทยเป็นครั้งแรก เพื่อทดสอบศักยภาพเทคโนโลยีในภาคอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์

การนำ MCCU มาทดลองใช้งานจริง นับเป็นก้าวสำคัญของการเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยีดักจับคาร์บอน ซึ่งเป็นหนึ่งในโซลูชันหลักสำหรับอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยคาร์บอนสูง เช่น อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ พร้อมสนับสนุนเป้าหมาย Thailand 2050 Net Zero Cement and Concrete Roadmap

ดร.ชนะ ภูมี นายกกิตติมศักดิ์ TCMA และประธานสภาผู้ผลิตปูนซีเมนต์แห่งอาเซียน (AFCM) กล่าวว่า โครงการดังกล่าว สะท้อนความจริงจังของประเทศไทยในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่ Net Zero ผ่านความร่วมมือระดับนานาชาติ โดย TCMA ทำหน้าที่เป็นแกนกลางเชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ ภาคการศึกษา และองค์กรระดับโลก เพื่อพัฒนาโซลูชันลดคาร์บอนที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง

“การเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero ของอุตสาหกรรมที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ยาก (hard-to-abate sector) ดังเช่นอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ไม่สามารถดำเนินการได้โดยลำพัง จำเป็นต้องอาศัยการสนับสนุนด้านนโยบายจากภาครัฐ และความร่วมมือระหว่างประเทศ ทั้งด้านเทคโนโลยี เงินทุน และองค์ความรู้ เพื่อเร่งให้เกิดการใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม” ดร.ชนะ กล่าว

เชื่อมเทคโนโลยี–การลงทุน ผ่านความร่วมมือระดับโลก

โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลแคนาดา ผ่านกระทรวงสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Environment and Climate Change Canada : ECCC) โดยองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) เป็นหน่วยบริหารโครงการ เพื่อพัฒนาระบบนิเวศด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมสำหรับการลดคาร์บอนในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์และคอนกรีตของประเทศไทย

นางสาวริเชลล์ บูร์กวง ปลัดกระทรวงการค้าและการพัฒนาการส่งออก รัฐซัสแคตเชวัน ประเทศแคนาดา กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนศักยภาพของการผสานองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของภาคอุตสาหกรรมสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

“ความร่วมมือนี้ยังเปิดโอกาสในการเชื่อมโยงความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสะอาด การวิจัย และนวัตกรรมระหว่างสองประเทศ เพื่อพัฒนาโซลูชันที่สามารถนำไปใช้ได้จริง พร้อมต่อยอดสู่ความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนในอนาคต ทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน” นางสาวริเชลล์ กล่าว

หนึ่งในผลลัพธ์สำคัญของโครงการ คือการนำ MCCU ซึ่งพัฒนาโดย Clean Technology Technologies Research Institute (CETRI) แห่งมหาวิทยาลัยรีไจน่า ประเทศแคนาดา เข้ามาทดสอบในประเทศไทย เพื่อศึกษาประสิทธิภาพและแนวทางการประยุกต์ใช้ในบริบทของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย

“สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” ต้นแบบ PPP เร่งอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ

ภายใต้โครงการ TCMA ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีดักจับคาร์บอน พร้อมพัฒนาศักยภาพบุคลากร โดย MCCU จะถูกนำไปติดตั้งหมุนเวียนในโรงงานของผู้ผลิตปูนซีเมนต์สมาชิก TCMA ในพื้นที่สระบุรี เพื่อทดสอบประสิทธิภาพ เก็บข้อมูลเชิงเทคนิค และประเมินแนวทางการลงทุนในอนาคต

“สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” ทำหน้าที่เป็นกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม ภาคการศึกษา และพันธมิตรระหว่างประเทศ (Public-Private Partnership: PPP) เพื่อทดลองและขยายผลเทคโนโลยีลดคาร์บอน พร้อมสร้างต้นแบบกลไกการลงทุนสำหรับเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

พื้นที่ดังกล่าวมีเป้าหมายพัฒนาเป็นต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำ ที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน มาตรฐาน และแนวทางการลงทุน รองรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว

เร่งสร้างความพร้อม รับเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

ดร.ชนะ กล่าวว่า การนำ MCCU มาทดลองใช้งานจริงในประเทศไทย เป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความพร้อมด้านเทคโนโลยีและองค์ความรู้ โดยเฉพาะเทคโนโลยีดักจับคาร์บอน ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมที่มีความท้าทายด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

การเตรียมความพร้อมต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ เนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero ต้องอาศัยระยะเวลา ทั้งในด้านเทคโนโลยี บุคลากร และโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงกลไกสนับสนุนที่เหมาะสม โดยเฉพาะในบริบทที่มาตรการด้านคาร์บอน เช่น Carbon Pricing และระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ETS) มีแนวโน้มเข้มข้นขึ้นในระดับสากล

“ความสำเร็จของการลดคาร์บอนในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการลงทุน และเร่งการนำเทคโนโลยีไปใช้ในระดับอุตสาหกรรม” ดร.ชนะ กล่าว

การดำเนินงานของ TCMA ในครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนความมุ่งมั่นของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทยในการขับเคลื่อนการลดคาร์บอนจากแผนสู่การปฏิบัติจริง แต่ยังตอกย้ำบทบาทของความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและแคนาดา ในการผลักดันเทคโนโลยีสะอาดและนวัตกรรมสู่ภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ การพัฒนาเทคโนโลยี และการต่อยอดสู่ความร่วมมือด้านการลงทุนในอนาคต

ความร่วมมือดังกล่าวจึงเป็นกลไกสำคัญในการวางรากฐานให้อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทยสามารถแข่งขันได้ในเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ พร้อมเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 และยกระดับบทบาทของไทยในฐานะต้นแบบการพัฒนาอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำในภูมิภาคอาเซียน

#TCMA #สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย   #ThaiCementClimateAction #TCMAtoNetZero2050  #NetZero2050 #TCMANextChapter

Exit mobile version