แม้หลายคนเคยมองว่า “นครพนม” ไม่ใช่พื้นที่เหมาะสำหรับการปลูกทุเรียน แต่วันนี้ความเชื่อนั้นถูกพิสูจน์ด้วยความสำเร็จของ คุณตาสมพงษ์ ดวงสงค์ อายุ 78 ปี และ นางสาววรรษวรรณ ดวงสงค์ อายุ 48 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบ้านดง หมู่ 9 ตำบลพนอม อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ที่ร่วมกันบุกเบิกปลูกทุเรียนสายพันธุ์หมอนทองบนพื้นที่กว่า 5 ไร่ จนสามารถสร้างผลผลิตคุณภาพและมีรายได้ปีละนับล้านบาท
สวนแห่งนี้ใช้เวลาทดลองปลูกและพัฒนามานานกว่า 10 ปี ก่อนจะเริ่มให้ผลผลิตเต็มที่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ปีละประมาณ 4-5 ตัน หรือเฉลี่ยราว 5 ตันต่อปี จำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 180-200 บาท ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภค เนื่องจากมีจุดเด่นคือ เนื้อแน่น ลูกใหญ่ รสชาติหวานกำลังดี กลิ่นไม่แรง และมีความกรอบมัน จนได้รับการยกย่องว่าอร่อยไม่แพ้ทุเรียนจากแหล่งปลูกชื่อดังของประเทศ

จุดเด่นที่ทำให้สวนแห่งนี้เป็นที่รู้จัก คือการตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลพนอม ซึ่งในอดีตเคยมีการค้นพบร่องรอยทางธรณีวิทยาและซากดึกดำบรรพ์ รวมถึงรอยเท้าไดโนเสาร์กินเนื้อที่มีลักษณะคล้ายนกกระจอกเทศ ทำให้เจ้าของสวนนำเอกลักษณ์ของพื้นที่มาต่อยอดสร้างแบรนด์ “ทุเรียนไดโนเสาร์ นครพนม” จนกลายเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวและเกษตรกรจากหลายพื้นที่ให้เดินทางเข้ามาศึกษาดูงานและเยี่ยมชมสวนอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม เขต 2 รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่เยี่ยมชมสวนทุเรียน พร้อมให้กำลังใจเจ้าของสวน และหารือแนวทางสนับสนุนการขยายพื้นที่ปลูกทุเรียนในจังหวัดนครพนม เพื่อผลักดันให้เป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือก สร้างรายได้ใหม่ให้เกษตรกรในพื้นที่
นางมนพร กล่าวว่า ปัจจุบันหลายอำเภอของจังหวัดนครพนมเริ่มหันมาปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเห็นศักยภาพด้านสภาพดินและภูมิอากาศที่สามารถให้ผลผลิตได้ดี หากมีการส่งเสริมอย่างจริงจัง จะช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร นอกเหนือจากการปลูกยางพาราและทำนา อีกทั้งยังสามารถต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สร้างมูลค่าให้กับชุมชนได้ในอนาคต
นอกจากนี้ จังหวัดนครพนมยังมีศักยภาพด้านการค้าชายแดน โดยเฉพาะการส่งออกผลไม้ผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 นครพนม-คำม่วน ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางสำคัญในการขนส่งทุเรียนไทยไปยังประเทศเวียดนามและจีน มีมูลค่าการค้าสูงปีละกว่าแสนล้านบาท หากจังหวัดสามารถขยายพื้นที่ปลูกได้มากขึ้น จะช่วยเพิ่มฐานการผลิต รองรับความต้องการของตลาดต่างประเทศ และสร้างรายได้ให้เกษตรกรในระยะยาว
ด้านคุณตาสมพงษ์ เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นมาจากการทดลองนำทุเรียนพันธุ์หมอนทองมาปลูกบนพื้นที่ของตนเอง โดยศึกษาหาความรู้และทดลองปรับปรุงวิธีการดูแลอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องการปรับปรุงดิน การให้น้ำ และการบำรุงต้น จนสามารถพัฒนาสวนให้ประสบความสำเร็จ
“การปลูกทุเรียนไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยความอดทนและการเรียนรู้ตลอดเวลา แต่เมื่อเข้าใจธรรมชาติของต้นทุเรียนและดูแลอย่างถูกวิธี ก็สามารถให้ผลผลิตที่มีคุณภาพได้ไม่ต่างจากแหล่งปลูกชื่อดัง” คุณตาสมพงษ์ กล่าว
ปัจจุบัน “สวนทุเรียนไดโนเสาร์ นครพนม” ไม่เพียงเป็นต้นแบบของเกษตรกรที่ต้องการปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ แต่ยังกลายเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ได้รับความสนใจจากประชาชน นักท่องเที่ยว และเกษตรกรจากทั่วประเทศ ผู้สนใจสามารถเข้าศึกษาดูงานหรือสั่งซื้อผลผลิตได้ที่ คุณวรรณ โทร. 094-129-4132 และ คุณพ่อพงษ์ โทร. 089-888-0613
ข่าว/ภาพ : พัฒนพงษ์ ศรีเพียชัย ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครพนม