หน้าแรก ข่าวล่าสุด อัมพวาคืนชีพ! ททท.ชวนเที่ยว ‘สองสมุทร’ ชูศรัทธา-วิถีชุมชน-ศิลปวัฒนธรรม

อัมพวาคืนชีพ! ททท.ชวนเที่ยว ‘สองสมุทร’ ชูศรัทธา-วิถีชุมชน-ศิลปวัฒนธรรม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสมุทรสงคราม เดินหน้าปลุกกระแสการท่องเที่ยวในช่วงกรีนซีซันเต็มกำลัง ผนึกภาครัฐ เอกชน และเครือข่ายท้องถิ่น จัดกิจกรรมต่อเนื่องตลอดเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน 2569 หวังดึงนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าสู่จังหวัดสมุทรสงครามและจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมผลักดัน “สองสมุทร” ให้ก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการท่องเที่ยวระยะใกล้จากกรุงเทพมหานคร

นายชัยวิทย์ เผื่อนอุดม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสมุทรสงคราม เปิดเผยว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ททท.ได้ขับเคลื่อนการประชาสัมพันธ์และการตลาดเพื่อผลักดันจังหวัดสมุทรสงครามในฐานะ “เมืองน่าเที่ยว” อย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ได้ยกระดับการจัดกิจกรรมให้ครอบคลุมทั้งจังหวัดสมุทรสงครามและจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวออกเดินทางในช่วงฤดูฝน ซึ่งถือเป็นช่วง Green Season พร้อมกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างทั่วถึง

กิจกรรมแรกคือ “ไหว้พระ ทศวัด 2 สมุทร” ภายใต้โครงการ “เที่ยวสองสมุทร เที่ยวใกล้ เที่ยวได้เลย” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม-30 กันยายน 2569 เปิดเส้นทางท่องเที่ยวสายศรัทธาที่เชื่อมโยงวัดสำคัญของจังหวัดสมุทรสงครามและสมุทรสาคร รวมทั้งสิ้น 10 วัด เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง เรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน และสัมผัสเสน่ห์ของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในรูปแบบใหม่

นักท่องเที่ยวสามารถร่วมกิจกรรมสะสมตราประทับลงใน “พาสปอร์ตทศวัด 2 สมุทร” จากวัดสำคัญ ได้แก่ วัดเพชรสมุทรวรวิหาร วัดบางกระพ้อม วัดจุฬามณี วัดบางน้อย วัดตะโหนดราย จังหวัดสมุทรสงคราม และวัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร วัดท่ากระบือ วัดโสภณาราม (วัดบ้านขอม) วัดแหลมสุวรรณาราม และวัดบางน้ำวน จังหวัดสมุทรสาคร

ผู้ร่วมกิจกรรมสามารถรับพาสปอร์ตได้ที่วัดที่ร่วมโครงการ และเมื่อสะสมตราประทับครบทั้ง 10 วัด สามารถนำมาแลกรับของที่ระลึก Collection “ชุดพระมหามงคล” Limited Edition จาก ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม หรือจัดส่งพาสปอร์ตฉบับจริงทางไปรษณีย์ภายในวันที่ 30 กันยายน 2569

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัวงาน AMPMAWA RIVERITAGE #กาลครั้งใหม่…อัมพวา ระหว่างวันที่ 8-12 สิงหาคม 2569 ณ ย่าน Amphawa Old Town อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งถือเป็นการรีแบรนด์อัมพวาครั้งสำคัญ เพื่อสร้างภาพจำใหม่ให้เมืองเก่าริมคลองแห่งนี้ก้าวข้ามภาพลักษณ์ของ “ตลาดน้ำ” สู่เมืองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีเรื่องราวหลากหลายและเปี่ยมด้วยเสน่ห์

ภายในงานจะมีการประดับไฟและการฉายภาพ Mapping ตามจุดสำคัญทั่วเมือง ถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ของชุมชนอย่างสร้างสรรค์ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้นักท่องเที่ยว และจุดประกายให้ผู้คนกลับมาเยือนอัมพวาอีกครั้ง

นอกจากนี้ ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม ยังร่วมกับเทศบาลตำบลอัมพวา จัดงาน “อัมพวา ‘ยัง’ มี (Amphawa Craft and Coffee)” ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม-2 สิงหาคม, 7-12 สิงหาคม, 14-16 สิงหาคม และ 21-23 สิงหาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 15.00-20.00 น. ณ ย่าน Amphawa Old Town

งานดังกล่าวจะพาผู้มาเยือนเปิดมุมมองใหม่ของอัมพวาผ่านงานศิลปะ งานคราฟต์ งานฝีมือ กิจกรรมเวิร์กช็อป การแสดงศิลปวัฒนธรรม ร้านกาแฟคุณภาพ และผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์จากชุมชน พร้อมเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมบ้านไม้โบราณ ซอกซอยเก่าแก่ และสัมผัสวิถีชีวิตริมคลองที่ยังคงเอกลักษณ์ไว้อย่างสมบูรณ์

อัมพวายังได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ หลังได้รับรางวัลชมเชย (Honorable Mention) จาก UNESCO Asia-Pacific Award for Cultural Heritage Conservation เมื่อปี 2551 สะท้อนถึงความสำเร็จของคนในชุมชนที่ร่วมกันอนุรักษ์บ้านไม้เก่า วิถีชีวิต และมรดกทางวัฒนธรรมไว้ได้อย่างงดงาม

อีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญคือวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 22 ปีของการฟื้นฟู Amphawa Old Town นับเป็นจุดเริ่มต้นของการรวมพลังคนในชุมชนเพื่ออนุรักษ์เมืองเก่าริมคลอง จนพัฒนาเป็นต้นแบบของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ

นายชัยวิทย์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมทั้งหมดในครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว ศาสนา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตชุมชนเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มจำนวนผู้มาเยือน ขยายระยะเวลาการพักค้าง และสร้างรายได้หมุนเวียนสู่ผู้ประกอบการในท้องถิ่น พร้อมผลักดันจังหวัดสมุทรสงครามและจังหวัดสมุทรสาครให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

“อัมพวา ‘ยัง’ มี ไม่ได้เป็นเพียงชื่อของเทศกาล แต่เป็นคำยืนยันว่า เมืองเล็กริมคลองแห่งนี้ยังคงมีชีวิต มีเรื่องราว มีผู้คน มีงานคราฟต์ มีกลิ่นกาแฟ มีบ้านไม้เก่า และยังมีเสน่ห์ที่พร้อมต้อนรับทุกคนให้กลับมาค้นพบอีกครั้ง” นายชัยวิทย์กล่าว

ข่าว/ภาพ : ประเสริฐ เทพศรี

.

Exit mobile version