วธ. ขับเคลื่อนนโยบาย “Unseen Thai Thai” คัดเลือก 76 เสน่ห์วัฒนธรรมทั่วประเทศ ต่อยอด “ROOT to RICH” ชูมรดกภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ท้องถิ่น สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมได้เร่งขับเคลื่อนนโยบาย “Unseen Thai Thai” อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อค้นหา คัดเลือก และยกระดับทุนทางวัฒนธรรมที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม เทศกาล ประเพณี วิถีชีวิต ตลอดจนภูมิปัญญาท้องถิ่นจากทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อสร้างการรับรู้และเผยแพร่คุณค่าทางวัฒนธรรมไทยในมิติร่วมสมัย ต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิด “ROOT to RICH : จากรากวัฒนธรรมสู่มูลค่าทางเศรษฐกิจ” ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่ม กระจายรายได้สู่ชุมชน และเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน
นางสาวซาบีดา กล่าวอีกว่า สำหรับวัตถุประสงค์หลักของการดำเนินงานในครั้งนี้ มุ่งยกระดับทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างการรับรู้คุณค่าทางวัฒนธรรมไทยในระดับประเทศและนานาชาติ ตลอดจนบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายทางวัฒนธรรมอย่างเป็นเอกภาพ โดยกระทรวงวัฒนธรรมได้ร่วมกับส่วนภูมิภาคดำเนินการคัดเลือกผ่านกระบวนการกลั่นกรอง 2 ระดับ ทั้งในระดับจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และระดับกระทรวงซึ่งมีหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรมเป็นประธาน จนได้ผลการคัดเลือกครบทั้ง 76 จังหวัด รวม 76 รายการ แบ่งออกเป็นประเภทแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม 60 รายการ และประเภทเทศกาล ประเพณี และวิถีวัฒนธรรม 16 รายการ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวต่อไปว่า รายการ Unseen Thai Thai ที่ได้รับการคัดเลือกในประเภทแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม อาทิ ผาแดง รอยสี 3,000 ปี (กาญจนบุรี), มหัศจรรย์ป่าหินภูผาผึ้ง (กาฬสินธุ์), มหัศจรรย์โบสถ์ศิลาแลงกำแพงเพชร (กำแพงเพชร), เสน่ห์วัฒนธรรม “สาวะถีวิถีสุข” (ขอนแก่น), วิถีชีวิตชุมชนชาวสวนท้องร่องเมืองแปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา), มหัศจรรย์พระไม้จำปีป่า วัดหลวงขุนวิน (เชียงใหม่), มหาคัมภีร์อัลกุรอานโบราณเขียนด้วยมือ (นราธิวาส), ยันต์พุทธนิมิต ปทุมมาศ วัดหน้าพระเมรุ (พระนครศรีอยุธยา), พิพิธภัณฑ์ยันต์เมืองขุนควร : หอคัมภีร์และยันต์ล้านนา หนึ่งเดียวในโลก (พะเยา), ลมหายใจแห่งโถงเวลา ตะกั่วป่า “หง่อคาขี่” (พังงา), หอโหวด 101 (ร้อยเอ็ด), อุทยานธรณีลำปาง (ลำปาง), Singora city of lagoon : ชุมชนเมืองเก่าเขาแดง (สงขลา)
ถ้ำน้ำเขาศิวะ (สระแก้ว), วัดถ้ำพระโพธิสัตว์ (สระบุรี), ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน (สิงห์บุรี), พระอจนะ ตำนานพระพูดได้ (สุโขทัย), วัดพระธาตุบังพวน สัตมหาสถาน 1 ใน 4 ของโลก (หนองคาย) และ พระอกแตก ซ้อนศรัทธาวัดบ้านแก่งใต้ (อุตรดิตถ์) ส่วนประเภทเทศกาล ประเพณี และวิถีวัฒนธรรม อาทิ กระบี่เมืองศิลป์ ถิ่นจาดงาม (กระบี่), ประเพณีตีคลีไฟ (ชัยภูมิ), ประเพณีอายก (เชียงราย), เทศกาลลูกลม (ตรัง), ฟันตรุษ “ญัฮกุร” ดาบศรัทธา ทายาททวารวดี (เพชรบูรณ์), ประเพณีจุดไฟตูมกา (ยโสธร), ประเพณีทอดผ้าป่ากลางน้ำปากน้ำประแส (ระยอง), ประเพณีแห่ต้นดอกไม้ใหญ่ (เลย), ขนมตัวร์บุรี รสชาติ 100 ปี เมืองนครีสโตย (สตูล), พิธีปะชิหมอช้าง สืบสานตำนานกวยอาเจียง (สุรินทร์), ขึ้นเขาไหว้พระวัดถ้ำเอราวัณ (หนองบัวลำภู) และ ประเพณีตักปลาลำน้ำโขง (อุบลราชธานี)
นางสาวซาบีดา กล่าวทิ้งท้ายว่า ในระยะต่อไป วธ. ได้วางแนวทางการขับเคลื่อน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ การยกระดับศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวและเทศกาลให้มีมาตรฐาน, การสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อดิจิทัลและเครือข่ายวัฒนธรรมทั้งในและต่างประเทศ, การเชื่อมโยงเครือข่ายและเส้นทางการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมในระดับจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียง, และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน ผู้ประกอบการทางวัฒนธรรม ปราชญ์ชาวบ้าน ศิลปินพื้นบ้าน และภาคเอกชน เพื่อเปลี่ยนรากวัฒนธรรมให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่ฐานรากอย่างยั่งยืน
“ขอเชิญชวนทุกคนออกไปเที่ยวสัมผัสเสน่ห์ “Unseen Thai Thai” 76 จังหวัดทั่วประเทศ เรียนรู้อัตลักษณ์ท้องถิ่น มรดกวัฒนธรรม และประเพณีอันทรงคุณค่า พร้อมร่วมเป็นพลังสำคัญในการสร้างรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากสู่ชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน” นางสาวซาบีดา กล่าว
