พายุโซนร้อน“ไมสัก”ทำให้เกิดฝนตกหนักระดับน้ำโขง เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่ยังต่ำกว่าระดับวิกฤติล้นตลิ่งที่ 12 เมตร อยู่ประมาณ 6 เมตร ทำให้แม่น้ำโขงยังสามารถรองรับมวลน้ำได้อีกเป็นจำนวนมาก แต่จังหวัดนครพนมยังต้องเฝ้าระวังตลอดเวลาเพื่อความไม่ประมาท
โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนริมแม่น้ำโขง ได้แก่ อำเภอบ้านแพง อำเภอท่าอุเทน อำเภอเมืองนครพนม และอำเภอธาตุพนม ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงเกิดปัญหาน้ำรอการระบาย หากระดับน้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นจนทำให้การระบายน้ำจากลำน้ำสาขาลงสู่แม่น้ำโขงเป็นไปอย่างล่าช้า อาจส่งผลให้น้ำเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มและพื้นที่เกษตรริมฝั่งได้
ขณะเดียวกัน โครงการชลประทานนครพนมได้เร่งดำเนินการพร่องน้ำในลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขงทุกสายอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรองรับปริมาณน้ำฝนที่อาจไหลหลากลงมาเพิ่มเติม ลดความเสี่ยงที่ลำน้ำจะเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและชุมชนในพื้นที่ลุ่มต่ำ หากเกิดฝนตกหนักซ้ำอีกระลอก
เบื้องต้น จังหวัดนครพนมยังไม่พบสถานการณ์น้ำท่วมขังในวงกว้าง มีเพียงบางพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำรอการระบายในช่วงที่มีฝนตกหนัก ซึ่งขณะนี้สถานการณ์ได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว
ส่วนสถานการณ์แหล่งกักเก็บน้ำของจังหวัด ทั้งอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดเล็กรวม 20 แห่ง ปัจจุบันมีปริมาณน้ำกักเก็บเฉลี่ยประมาณ ร้อยละ 30 ของความจุอ่าง ซึ่งยังถือว่าอยู่ในระดับที่ต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะติดตามสภาพอากาศและปริมาณฝนอย่างต่อเนื่อง เพื่อวางแผนเก็บกักน้ำให้เพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภคและภาคการเกษตร โดยเฉพาะหากเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงในช่วงครึ่งหลังของฤดูฝน
