หน้าแรก ข่าวล่าสุด จากสวนสู่แหล่งท่องเที่ยว! ลพบุรีเร่งปั้น ‘หนองม่วง’ เมืองเมล่อน–อินทผลัมดึงนักท่องเที่ยว

จากสวนสู่แหล่งท่องเที่ยว! ลพบุรีเร่งปั้น ‘หนองม่วง’ เมืองเมล่อน–อินทผลัมดึงนักท่องเที่ยว

นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรีทรงพล แป้นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นำคณะหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่อำเภอหนองม่วง เพื่อติดตามผลการดำเนินงานและร่วมทดสอบเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวิถีชุมชนอย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้สโลแกน “เมล่อนหวาน งามภูมิปัญญาท้องถิ่น ลิ้มรสอินทผลัม” โดยมีเป้าหมายยกระดับเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร และผลักดันอำเภอหนองม่วงให้ก้าวขึ้นเป็นหมุดหมายด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่ของจังหวัดลพบุรี

การลงพื้นที่ครั้งนี้เริ่มต้นที่ วิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกเมล่อน ตำบลดงดินแดง หรือ “รุ่งเรืองเมล่อนฟาร์ม” แหล่งผลิตเมล่อนคุณภาพของจังหวัด ซึ่งได้รับมาตรฐาน GAP ประจำปี 2568 มีการบริหารจัดการโรงเรือนอย่างเป็นระบบ จนสามารถผลิตเมล่อนเกรดพรีเมียมที่มีรสชาติหวาน หอม และเนื้อกรอบ ส่งจำหน่ายให้ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ

 

ฟาร์มแห่งนี้เน้นปลูกเมล่อนสายพันธุ์คุณภาพ ได้แก่ KT 51 เนื้อสีเขียว และ อาซาฮี เนื้อสีส้ม นอกจากสร้างรายได้หลักให้กับชุมชนแล้ว ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าศึกษาดูงานและสัมผัสประสบการณ์เก็บเมล่อนสดจากต้น กลายเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของการท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง

จากนั้นคณะได้เดินทางต่อไปยัง กลุ่มส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ตำบลชอนสมบูรณ์ เพื่อเยี่ยมชมการรวมพลังของผู้สูงวัยที่นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดสร้างรายได้ ผ่านการผลิตงานหัตถกรรมและผลิตภัณฑ์ชุมชน อาทิ พัดสานไม้ไผ่ ดอกไม้จันทน์ พวงหรีด และดอกไม้ประดิษฐ์

การรวมกลุ่มดังกล่าวไม่เพียงช่วยเพิ่มรายได้ให้ผู้สูงอายุ แต่ยังเป็นเวทีในการถ่ายทอดองค์ความรู้และวิถีชีวิตดั้งเดิมสู่คนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยว ควบคู่กับการส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพใจของสมาชิกในชุมชน สะท้อนให้เห็นว่าภูมิปัญญาท้องถิ่นยังสามารถสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม

ปิดท้ายเส้นทางที่ สวนอินทผลัมแม่นันลพบุรี ตำบลหนองม่วง แลนด์มาร์กสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในพื้นที่ ซึ่งปลูกอินทผลัมคุณภาพถึง 4 สายพันธุ์ ได้แก่ บาฮี โคไนซี่ อัมเอ็ดดาฮาน และเรดโจซี่ โดยผลผลิตจะออกสู่ตลาดในช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมของทุกปี มีราคาจำหน่ายเฉลี่ย 200–300 บาทต่อกิโลกรัม

นอกจากการปลูกอินทผลัมแล้ว สวนยังพัฒนาเกษตรแบบผสมผสานด้วยการปลูกพืชเศรษฐกิจใหม่อย่าง “ภูพานเฮ” พร้อมแปรรูปผลผลิตเป็นสินค้าสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น ขนุนทอด ซึ่งได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวและกลายเป็นของฝากขึ้นชื่อของพื้นที่

ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี กล่าวว่า การบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนในครั้งนี้ เป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันอำเภอหนองม่วงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรครบวงจร ภายใต้แนวคิด “เมล่อนหวาน งามภูมิปัญญาท้องถิ่น ลิ้มรสอินทผลัม” โดยเชื่อมั่นว่าจะสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนให้กับชุมชน เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจแก่เกษตรกร ผู้ประกอบการ และประชาชนในพื้นที่ พร้อมยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยววิถีเกษตรของจังหวัดลพบุรีให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

.

.

.

Exit mobile version