ปราจีนบุรี – ระทึกรับหน้าฝน! ลูกกตัญญูบุกฝ่าทะเลเพลิงและกลุ่มควันดำทะมึน อุ้มร่างแม่เฒ่าป่วยติดเตียงหนีตายรอดหวุดหวิด หลังเพลิงพิโรธโหมไหม้บ้านวอดทั้งหลัง ชาวบ้านกรีดร้องลั่นด้วยความตื่นตระหนก เผยนาทีเฉียดตายลูกชายกำลังเก็บไข่ไก่ในเล้า เหลือบเห็นควันพวยพุ่งรีบวิ่งกระโจนเข้ากองไฟคว้าตัวแม่รอดหวิด ดับเพลิงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ( อปท.) จำนวน 3 คันระดมฉีดน้ำสยบคลั่ง เสียดายเงินสด 5 หมื่นเตรียมสร้างบ้านใหม่กับตูบแสนรักกลายเป็นเถ้าถ่าน
เมื่อเวลา 16.50 น. วันที่ 23 มิ.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี ร.ต.อ.ปราโมทย์ เสสสี รองสารวัตรเวรสอบสวน สภ.วังตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนอย่างรุนแรง ที่บ้านเลขที่ 34 หมู่ที่ 7 ต.บ่อทอง อ.กบินทร์บุรี จึงรีบรายงานผู้บังคับบัญชา พร้อมด้วย พ.ต.อ.พงศ์อนันต์ รักษาชาติ ผกก.สภ.วังตะเคียน ก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมประสานฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสัจจะพุทธธรรมกบินทร์บุรี นำรถดับเพลิงจำนวน 3 คัน รถน้ำเร่งรุดไปยังที่เกิดเหตุเพื่อระงับเหตุอย่างเร่งด่วน
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียวปลูกติดพื้น ย่านชุมชนใกล้เคียงโรงเรียน พบเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างบ้าคลั่ง เปลวไฟสีแดงฉานพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกับกลุ่มควันไฟสีดำหนาคุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ชาวบ้านในพื้นที่ต่างพากันวิ่งหนีและส่งเสียงหวีดร้องด้วยความตื่นตระหนกตกใจสุดขีด เนื่องจากทราบดีว่าภายในบ้านหลังดังกล่าวมี นางหนูจีน จิตตาพล อายุ 64 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงนอนอยู่เพียงลำพัง ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
นาทีนั้นเป็นตายเท่ากัน! นายประเสริฐ จิตตาพล อายุ 45 ปี ลูกชายซึ่งกำลังเดินเก็บไข่ไก่และดูแลเล้าไก่ชนอยู่ห่างจากตัวบ้านไปเล็กน้อยราว 100 เมตรเศษ เหลือบไปเห็นกลุ่มควันดำก้อนมหึมาและเปลวไฟพุ่งออกจากตัวบ้าน ท่ามกลางเสียงตะโกนลั่นของเพื่อนบ้าน นายประเสริฐไม่คิดชีวิต วิ่งหน้าตั้งกระโจนฝ่ากลุ่มควันไฟที่กำลังคละคลุ้งหนาแน่น บุกเข้าไปในบ้านที่ไฟกำลังลุกท่วมหัว ลุยฝ่าไอความร้อนอุ้มร่างของมารดาบังเกิดเกลื้อนฝ่าวงล้อมเพลิงออกมาได้ทันท่วงทีทางด้านประตูหลังบ้าน ท่ามกลางความโล่งอกของชาวบ้านที่ยืนลุ้นระทึก โดยทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บถูกไฟลวกและสำลักควันเล็กน้อยตามแขน-ลำตัวบางส่วน เจ้าหน้าที่กู้ภัยรีบนำตัวส่งห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลกบินทร์บุรีทันที
ต่อมารถดับเพลิงจาก อบต.บ่อทอง และพื้นที่ใกล้เคียงรวม 3 คัน ได้ระดมฉีดน้ำสกัดกั้นเปลวเพลิงอย่างหนักเพื่อไม่ให้ลุกลามไปยังบ้านข้างเคียง โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้สงบเมื่อเวลา 17.00 น. แต่ตัวบ้านเสียหายวอดวายเกือบทั้งหมด รวมถึงรถจักรยานยนต์ถูกเผาเหลือแต่ซาก 1 คัน และที่น่าสลดใจคือพบซากสุนัขตัวโปรดของครอบครัวนอนตายคากองเพลิง 1 ตัว นอกจากนี้ยังมีเงินสดจำนวน 50,000 บาท ที่ครอบครัวอุตส่าห์เก็บหอมรอมริบไว้เพื่อเตรียมจะนำไปสร้างบ้านใหม่ ถูกไฟเผาทำลายกลายเป็นเถ้าถ่านไปต่อหน้าต่อตา
ด้าน นายประภาส รักศรี กำนันตำบลบ่อทอง เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุร้ายได้รีบประสานฝ่ายปกครอง อบต. และกู้ภัย เข้ามาระงับเหตุทันที โชคดีที่ลูกชายมาช่วยอุ้มแม่ออกมาได้ทัน ทำให้ไม่มีผู้เสียชีวิต ส่วนการช่วยเหลือเบื้องต้นจะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลเยียวยาอย่างเร่งด่วน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า สาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้น่าจะมาจาก “ไฟฟ้าลัดวงจร” เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว ทำให้ทางบ้านเปิดพัดลมทิ้งไว้ตลอดทั้งวันจนเกิดความร้อนสะสมและช็อตจนกลายเป็นเพลิงพิโรธลุกไหม้ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม จะได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบหาสาเหตุที่แน่ชัด และประเมินมูลค่าความเสียหายที่แท้จริงต่อไป
โดย… มานิตย์ สนับบุญ-ข่าว / ทองสุข สิงห์พิมพ์ – ภาพ / ปราจีนบุรี###
