มานิตย์ สนับบุญ รายงานสถานการณ์อุทยานแห่งชาติทับลานมรดกโลก จากจังหวัดปราจีนบุรี บนโลกออนไลน์นาทีนี้ ไม่มีกระแสไหนจะร้อนแรงและเดือดพล่านไปกว่าแฮชแท็ก #SAVEทับลาน เมื่อคนไทยทั้งประเทศลุกขึ้นมาส่งสัญญาณเตือนภัยขั้นวิกฤต เพื่อปกป้องผืนป่ามรดกโลกและแหล่งโอโซนอันดับ 7 ของโลก ที่ทอดตัวยาวครอบคลุมพื้นที่รอยต่อจังหวัดปราจีนบุรีและนครราชสีมา
เบื้องหลังป้ายแคมเปญคัดค้านมติคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ที่เตรียมจะเพิกถอนพื้นที่ป่าผืนใหญ่ตั้งแต่ 155,865 ไปจนถึง 265,000 ไร่ เพื่อแปรสภาพเป็นที่ดิน ส.ป.ก. นั้น กำลังกลายเป็นช่องว่างครั้งใหญ่ที่เปิดทางให้กลุ่มนายทุนและ “ขบวนการมิจฉาชีพ” เข้ามารุมทึ้งแสวงหาผลประโยชน์อย่างน่ากลัว!
เมื่อเจาะลึกเข้าไปในปมข้อพิพาทสืบเนื่องยาวนานกว่า 45 ปี จะพบว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องที่ดินทำกินของชาวบ้านธรรมดา แต่เป็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนระดับร้อยล้านพันล้าน เสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงผืนป่าธรรมชาติให้กลายเป็นการเก็งกำไร และทำลายแนวเชื่อมต่อของสัตว์ป่าอย่างกู้คืนไม่ได้ จนหัวหน้าอุทยานฯ ต้องประกาศกฎเหล็กห้ามซื้อขายเปลี่ยนมือโดยเด็ดขาดในขณะนี้
จากการลำดับเส้นทางการจำแนกที่ดินตามพิมพ์เขียวการปรับปรุงแนวเขต (One Map) ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 เจ้าหน้าที่ได้แบ่งสัดส่วนพื้นที่ทับซ้อนที่เตรียมแผนการเพิกถอนออกเป็น 5 กลุ่มใหญ่ ซึ่งมีตัวเลขเนื้อที่มหาศาลดังนี้
•กลุ่มที่ 1 พื้นที่ทับซ้อน ส.ป.ก.: มีเนื้อที่สูงถึงประมาณ 53,416.47 ไร่ เป็นจุดยุทธศาสตร์หลักที่มีการอ้างสิทธิทำกิน
•กลุ่มที่ 2 พื้นที่โครงการหมู่บ้านตัวอย่างไทยสามัคคี: คิดเป็นเนื้อที่ประมาณ 8,328.00 ไร่
•กลุ่มที่ 3 พื้นที่โครงการเพื่อความมั่นคง (พมพ.): ครอบคลุมเนื้อที่กว้างขวางประมาณ 87,500.00 ไร่
•กลุ่มที่ 4 พื้นที่ราษฎรนอกเขต ส.ป.ก. และนอกโครงการ พมพ.: นี่คือ “เค้กก้อนใหญ่ที่สุด” ที่กลุ่มทุนตาลุกวาว เพราะมีเนื้อที่มหาศาลสูงถึง 109,420.99 ไร่!
•กลุ่มที่ 5 พื้นที่ราชพัสดุสนามฝึกซ้อมรบ: มีเนื้อที่ประมาณ 6,621.00 ไร่
แม้ภาครัฐจะมีแผนเตรียมขยายเขตอุทยานแห่งชาติทับลานเพิ่มเติมเข้ามาทดแทนอีกประมาณ 86,966.29 ไร่ แต่ในทางปฏิบัติและในทางกฎหมาย กระบวนการ One Map ทั้งหมดนี้ “ยังไม่เสร็จสิ้น และยังไม่มีผลบังคับใช้อย่างเด็ดขาดในทางกฎหมายในขณะนี้”
พฤติกรรมของขบวนการหัวหมอในปัจจุบันคือ การฉวยโอกาสจากความสับสนของกระแสข่าว นำข้อมูลพิมพ์เขียว 5 กลุ่มนี้ไปประโคมโฆษณาชวนเชื่อ หลอกลวงเหยื่อและประชาชนทั่วไปว่า “ป่าทับลานถูกเพิกถอนหมดแล้ว” จากนั้นทำการปั่นราคาและลักลอบทำสัญญาซื้อขายที่ดินอุทยานฯ กันอย่างไม่เกรงกลัวอาญาแผ่นดิน
จากการเปิดเผยข้อมูลแผนที่และสถิติล่าสุด พบหลักฐานคาตาที่น่าตกใจว่า มีการดำเนินคดีบุกรุกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในกลุ่มที่ 1 ถึง 5 ไปแล้ว รวมทั้งสิ้นถึง 555 คดี จากพื้นที่ทั้งหมด 552 แปลง คิดเป็นเนื้อที่ป่าล้ำค่าที่ถูกกลุ่มทุนรุกรานทำลายสูงถึง 12,527 ไร่!
เมื่อสถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน จึงลุกขึ้นมาทุบโต๊ะเสียงดังสนั่น ลั่นวาจากร้าวแจกยาแรงเพื่อดัดหลังขบวนการโกงชาติ โดยย้ำชัดว่า พื้นที่ทุกตารางนิ้วในเขตอุทยานฯ ยังคงเป็นป่าอนุรักษ์ภายใต้ พ.ศ. 2562 อย่างเคร่งครัด
การทำนิติกรรมใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน หรือโอนสิทธิในเขตป่า ถือเป็น “โมฆะ” ไม่มีผลทางกฎหมาย ใครหลงเชื่อซื้อไว้จะสูญเงินฟรีทันที และหากตรวจพบ เจ้าหน้าที่จะดัดหลังขั้นเด็ดขาด ลากคอเข้าคุกทั้ง “ผู้ซื้อ” และ “ผู้ขาย” โดยไม่มีข้อยกเว้น!
ยิ่งไปกว่านั้น สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ยังได้ตอกตะปูปิดฝาโลงขบวนการชุบตัว โดยยืนยันว่า คดีความบุกรุกที่เกิดขึ้นก่อนการปรับปรุงแนวเขตจะต้องเดินหน้าขึ้นศาลตามกฎหมาย และผู้ที่ถูกดำเนินคดีในพื้นที่กลุ่มที่ 1, 2 และ 3 จะไม่มีการได้รับการรับรองสิทธิรายตัวโดยเด็ดขาด หมดสิทธิ์เสวยสุขบนที่ดินของชาติ!
นอกจากปัญหาผืนป่าที่ดินทับซ้อนแล้ม ปมที่หนักชองอุทยานฯทับลานคือ ปัญหาช้างป่าออกนอกผืนป่าฯทั้งยกโขลง – แยกฝูง ใน 2 จังหวัด ทั้ง ฝั่ง จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดนครราชสีมา ปัญหาการลักลอบตัดไม้พยุง ทรัพยากรไม้ ที่หนักหน่วง
อุทยานแห่งชาติทับลาน ไม่เพียงแต่เป็นพื้นที่ป่าขนาดใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ ด้วยเนื้อที่กว่า 1.4 ล้านไร่ และได้รับการรับรองเป็น “มรดกโลกทางธรรมชาติ” จากยูเนสโกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 เท่านั้น แต่ที่นี่คือ “ป่าลานธรรมชาติผืนสุดท้ายที่สมบูรณ์ที่สุดของไทย” ที่มีต้นลานขึ้นอยู่หนาแน่นนับล้าน ๆ ต้น ซึ่งต้นลานเหล่านั้นจะยอมออกดอกเพียงครั้งเดียวในชีวิตก่อนจะยืนต้นตายอย่างสง่างาม
รวมไปถึงแหล่งท่องเที่ยวบริสุทธิ์อย่าง จุดชมวิวผาเก็บตะวัน อ.วังน้ำเขียว, น้ำตกเหวนรก และอ่างเก็บน้ำลำปลายมาศ ที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวสายอนุรักษ์ผ่านระบบจองออนไลน์ของกรมอุทยานฯ
“ผืนป่าทับลาน” คือสมบัติที่ประเมินค่าไม่ได้ของคนไทยทุกคน ไม่ใช่เค้กชิ้นปลามันที่ให้นายทุนเข้ามาเก็งกำไร ถึงเวลาแล้วที่พวกเราต้องร่วมมือกันคว่ำบาตรนิติกรรมเถื่อน ร่วมเดินทางท่องเที่ยวแบบรักษ์โลก และเป็นสายสืบช่วยแจ้งเบาะแสการบุกรุกป่าต่อเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อรักษาเกราะป้องกันผืนป่าโอโซนอันดับ 7 ของโลกผืนนี้ ให้ส่งต่อไปถึงมือลูกหลานไทยได้อย่างภาคภูมิใจ!
### มานิตย์ สนับบุญ (0 ปราจีนบุรี ###
