หน้าแรก ข่าวล่าสุด แห่ใช้ “ไทยช่วยไทย พลัส”เงินสะพัด”วันเกษตรกรปราจีนบุรี”

แห่ใช้ “ไทยช่วยไทย พลัส”เงินสะพัด”วันเกษตรกรปราจีนบุรี”

ปราจีนบุรี –  สะพัดรับวันแรก! ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ ดันงานวันเกษตรกรปราจีนฯ ครั้งที่ 60 คึกคัก ทุเรียน GI-เงาะโรงเรียน ขายดีเกลี้ยงแผง เม็ดเงินพุ่งแตะ 6 หลักยาวจรดค่ำคืน

เมื่อเวลา 21.00  น. วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดปราจีนบุรี ถึงบรรยากาศวันหยุดยาวช่วงเทศกาลวิสาขบูชาโลก ตั้งแต่ช่วงสายจรดค่ำคืน    พบว่ามีบรรดานักท่องเที่ยวและประชาชนเดินทางมาเที่ยวชม “วันชาวสวน” หรือ “งานวันเกษตรกรจังหวัดปราจีนบุรี ครั้งที่ 60 ประจำปี 2569” กันอย่างเนืองแน่น ณ บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 หน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (อบจ.) อ.เมืองปราจีนบุรี

โดยความคึกคักในคราวนี้ทวีคูณเป็นสองเท่า เนื่องจากตรงกับวันแรกของการเปิดใช้งานมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ทั้งระบบ “ไทยพลัส” (Thai Plus) และโครงการ “คนละครึ่ง” ซึ่งช่วยกระตุ้นยอดขายผลไม้ชุมชนพุ่งกระฉูด ทะลุ 6 หลักต่อวัน แม้ในพื้นที่จะมีฝนตกลงมาโปรยปรายและตรงกับวันหวยออกก็ตาม

ไฮไลต์เด็ดของงานหนีไม่พ้น “ทุเรียนปราจีนบุรี” ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมาตรฐานสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา ครอบคลุมพื้นที่คุณภาพ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง, อ.กบินทร์บุรี, อ.ประจันตคาม, อ.ศรีมหาโพธิ และ อ.นาดี

จากการสำรวจพบว่า เกษตรกรที่นำทุเรียนมาเข้าร่วมโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลต่างขายดีจนยอดถล่มทลาย บางรายสามารถระบายผลผลิตจากมือสู่ผู้บริโภคได้เกือบหมดหน้าตักเกือบ 1 ตัน (1,000 กิโลกรัม) ภายในวันเดียว โดยราคาจำหน่ายทุเรียนพรีเมียมมาตรฐาน GI แท้จากมือเกษตรกรในราคายุติธรรม มีดังนี้:

• ทุเรียนหมอนทอง (เกรด A, B): ราคา 200 บาท / กิโลกรัม
• ทุเรียนหลงลับแล (สายพันธุ์ปราจีนฯ): ราคา 200 บาท / กิโลกรัม
• ทุเรียนก้านยาว: ราคา 250 – 300 บาท / กิโลกรัม
• ทุเรียนชะนี: ราคา 130 บาท / กิโลกรัม

ทางด้านแผงค้าผลไม้รายใหญ่ โดยเฉพาะ “เงาะโรงเรียน” มีประชาชนเข้าไปรุมล้อมซื้ออย่างท่วมท้น กลุ่มลูกค้าหลักในวันแรกมีทั้งพนักงานธนาคารและประชาชนในพื้นที่ที่ตั้งใจมาใช้สิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน โดยแม่ค้าได้จัดโปรโมชันดึงดูดใจ กิโลกรัมละ 35 บาท หรือซื้อ 3 กิโลกรัม 100 บาท เพื่อเป็นการคืนกำไรให้ผู้บริโภค ส่งผลให้ยอดขายขยับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

แม่ค้ารายหนึ่งเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวด้วยความดีใจว่า “โครงการนี้ช่วยได้เยอะมากค่ะ อยากให้รัฐบาลมีโครงการแบบนี้ออกมาทุกเดือน เพราะช่วยทั้งผู้บริโภคและช่วยพยุงแผงค้าขายไปพร้อม ๆ กัน ทำให้ซื้อง่ายขายคล่องขึ้นมาก” เช่นเดียวกับ นางสำเริง (ต่าย) ที่กล่าวเสริมในทิศทางเดียวกันว่า “โครงการนี้ดีมาก ช่วยทั้งแม่ค้าทั้งลูกค้า อยากให้มีโครงการแบบนี้อีก”

นอกจากนี้ อานิสงส์ของโครงการ “คนละครึ่ง” ที่เปิดฉากวันแรกเช่นกัน แม้บางร้านจะยังอยู่ในขั้นตอนรอนุมัติเข้าร่วม แต่กระแสเม็ดเงินที่สะพัดทำให้คนออกมาเดินตลาดกันมากขึ้น ส่งผลดีไปถึงกลุ่มเกษตรกรที่นำผลผลิตจากสวนมาวางจำหน่ายเองโดยตรง อาทิ ข้อมูลจากสวนผสมตระกูล “รอบคอบ” ตำบลไม้เค็ด อำเภอเมืองปราจีนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ทำกินเพียงไร่เศษของ คุณลุงวิเชียร รอบคอบ ในวัย 64 ปี ที่ลงแรงทำเองทุกขั้นตอน โดยนำผลผลิตอย่างทุเรียนหมอนทองเกรดเอมาวางจำหน่ายในราคาจับต้องได้เพียงกิโลกรัมละ 120 – 150 บาท ชูจุดเด่นทุเรียนพูใหญ่ เนื้อแน่น เม็ดลีบ ซึ่งได้รับความสนใจจากคอทุเรียนเดินทางมาอุดหนุนไม่ขาดสาย

ทางด้าน “เฮียมน” พ่อค้าเจ้าของร้านค้าทันสมัยและเป็นร้านดังในตลาด ได้เปิดเผยถึงภาพรวมของโครงการ “ไทยช่วยไทย” ที่เริ่มต้นขึ้นเป็นวันแรกเช่นกันว่า โครงการนี้เข้ามาได้ถูกจังหวะและช่วยกระตุ้นเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้สินค้าทุเรียนสุกในร้านของเฮียมน “ขายดีจนหมดเกลี้ยงแผง”

“โครงการไทยช่วยไทยวันแรกคึกคักมากครับ ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดี พี่น้องประชาชนมีกำลังซื้อ พ่อค้าแม่ค้าก็อยู่ได้” เฮียมน กล่าว

ด้าน นายอิสราวุธ สีหนาท อายุ 31 ปี เกษตรกรคนรุ่นใหม่ผู้ทำสวนทุเรียนปราจีนบุรี GI พื้นที่กว่า 60 ไร่ ได้เปิดเผยความรู้สึกในวันแรกว่า วันนี้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า หลังจากตนเองตัดสินใจเข้าร่วมโครงการไทยพลัส (ไทยพัฒน์) ปรากฏว่าทุเรียนสุกที่เป็นลูกขายหมดเกลี้ยง เหลือเพียงทุเรียนแกะเนื้ออยู่แค่ 5 แพ็คเท่านั้น โดยวันเดียวสามารถทำยอดขายไปได้เกือบ 1,000 กิโลกรัม พร้อมเอ่ยปากว่า “อยากให้รัฐบาลทำโครงการแบบนี้อีก”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า แม้ว่าในวันเปิดโครงการวันแรกนี้จะตรงกับ “วันหวยออก” ซึ่งตามสถิติเดิม ยอดจับจ่ายของประชาชนอาจจะชะลอตัวลงเล็กน้อยเนื่องจากผู้บริโภคบางส่วนแบ่งงบประมาณไปเสี่ยงโชค แต่จากการสอบถามพ่อค้าแม่ค้าในตลาดต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า มาตรการรัฐรอบนี้ช่วยพยุงยอดขายและดึงกำลังซื้อไว้ได้เป็นอย่างดี โดยร้านค้าหลัก ๆ ภายในงานยังคงสามารถทำรายได้สะพัดแตะ ระดับ 6 หลักต่อวัน ได้อย่างต่อเนื่อง ถือเป็นนิมิตหมายอันดีในการฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับชุมชนในระยะยาว

สำหรับผู้ที่สนใจอยากร่วมอุดหนุนผลไม้คุณภาพดีและใช้สิทธิ์มาตรการรัฐ สามารถไปเที่ยวชมงานได้จนถึงวันที่ 7 มิถุนายน 2569 นี้ ณ บริเวณหน้า อบจ.ปราจีนบุรี

###    มานิตย์   สนับบุญ – ข่าว / ณัฐนันท์ – ภาพ / ปราจีนบุรี###

Exit mobile version