นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ลงพื้นที่เยี่ยมชมกิจกรรมส่งเสริมสถานศึกษาเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้การปลูกครามเพื่อสร้างทักษะอาชีพสู่ชุมชน ณ ศูนย์การเรียนรู้การทอผ้าไหม ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส ซึ่งจัดโดยกลุ่มงานขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดชายแดนภาคใต้ กองประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและกิจการพิเศษ ศอ.บต.
ภายในกิจกรรม เลขาธิการ ศอ.บต. ได้เยี่ยมชมแปลงปลูกครามทะเล กระบวนการทอผ้าและการย้อมผ้าด้วยคราม ตลอดจนการสาธิตการสกัดสีจากต้นครามทะเล ซึ่งเป็นพืชที่ถูกนำมาวิจัยและพัฒนาการปลูกในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะในจังหวัดนราธิวาส เพื่อส่งเสริมเป็นพืชเศรษฐกิจและสร้างมูลค่าเพิ่มจากภูมิปัญญาท้องถิ่น
กิจกรรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้นักเรียนจากโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนลีนานนท์ จังหวัดนราธิวาส และโรงเรียนนิคมพัฒนา 10 ได้เรียนรู้ตั้งแต่กระบวนการเพาะปลูก การเก็บเมล็ด การเก็บใบครามทะเล การสกัดสีธรรมชาติ ไปจนถึงการย้อมผ้า เพื่อเสริมสร้างทักษะอาชีพและปลูกฝังแนวคิดการพึ่งพาตนเองให้กับเยาวชนในพื้นที่
สำหรับ “ครามทะเล” นอกจากสามารถนำมาสกัดเป็นสีย้อมผ้าแล้ว ยังถือเป็นพืชสารพัดประโยชน์ที่คนในพื้นที่สมัยก่อนนิยมนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน อาทิ การทำแชมพูสระผมเพื่อบำรุงรากผมและป้องกันการเกิดหงอก รวมถึงใช้เป็นส่วนผสมของสีทาไม้หรือทาบ้าน เพื่อช่วยป้องกันปลวกกัดกินได้อีกด้วย
นางสาวนิชาภา หมื่นไกร ผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและกิจการพิเศษ ศอ.บต. กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำของกระบวนการผลิตผ้าคราม โดยได้รับความร่วมมือจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการปลูกครามและการย้อมผ้า เพื่อร่วมกันสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านผ้าครามในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
นอกจากนี้ ศอ.บต. ยังได้เชิญโรงเรียนในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและโรงเรียนกองทุนการศึกษาเข้าร่วมเป็นโรงเรียนนำร่อง พร้อมสนับสนุนพันธุ์ครามและวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อให้โรงเรียนสามารถใช้พื้นที่ว่างให้เกิดประโยชน์ โดยครามทะเลสามารถเก็บผลผลิตได้ภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือน และยังสามารถต่อยอดสู่การทำผ้าบาติก รวมถึงผลิตภัณฑ์ชุมชนอื่น ๆ เพื่อสร้างรายได้ในอนาคตได้อีกด้วย
จากนั้นในช่วงบ่าย น้อง ๆ นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมได้เดินทางไปยังโรงเรียนนิคมพัฒนา 10 เพื่อร่วมกิจกรรมปลูกต้นครามในพื้นที่ทดลองภายในสถานศึกษา ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการปลูกครามและสร้างผลผลิตสำหรับนำเข้าสู่กระบวนการแปรรูปในชุมชน ก่อนเริ่มการปลูก วิทยากรได้บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการปลูกต้นคราม การผสมปุ๋ย ตลอดจนการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี โดยต้นครามสามารถเจริญเติบโตและเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ภายในระยะเวลาประมาณ 3 เดือน หลังการปลูก
ทั้งนี้ ศอ.บต. ยังมุ่งหวังให้นักเรียนได้ใกล้ชิดและเรียนรู้ร่วมกับกลุ่มแม่บ้านทอผ้าในพื้นที่ เพื่อสืบทอดองค์ความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นอันทรงคุณค่าไม่ให้สูญหาย พร้อมรณรงค์ให้ประชาชนร่วมกันสนับสนุนการใช้ผ้าไทย ผ้าพื้นเมือง และอุดหนุนกลุ่มทอผ้าและวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ เพื่อให้ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านยังคงอยู่คู่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป.
โดย….แวดาโอ๊ะ หะไร/อัสมา บินมะนุ จ.นราธิวาส
.
