Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดปลาเขือ-ปลากระบอก ผิดปกติที่สมุทรสาคร

ปลาเขือ-ปลากระบอก ผิดปกติที่สมุทรสาคร

-

(สมุทรสาคร) พบ “ ปลาเขือ ” มีลักษณะผิดปกติเหมือนกับ “ปลากระบอก” หวั่นมลพิษโรงงานปนเปื้อนในห่วงโซ่อาหาร ชาวบ้านฝากการบ้านรัฐบาลชุดใหม่เพิ่มความเข้มงวดมาตรฐานค่ามลพิษโรงงาน สร้างความมั่นคงทางอาหารที่ยั่งยืนให้ชุมชน

ปลายปี 2568  นายพูลศักดิ์ นิลเภตรา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ตำบลนาโคก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาครได้ติดต่อกรมประมงเข้าตรวจสอบปลากระบอกที่มีลักษณะผิดปกติอย่างชัดเจน คือ มีตุ่มก้อน พอง และมีจุดดำกระจายทั่วลำตัว ซึ่งชาวบ้านจับได้จากคลองนิคม 2 เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติ อยู่ใกล้เคียงกับโรงงานหลอมโลหะ โรงงานรีไซเคิลกากอุตสาหกรรมที่ทิ้งน้ำเสียและใช้เป็นจุดฝังกลบกากอุตสาหกรรม ทำให้ประชาชนเกิดความหวั่นเกรงว่า ปลากระบอกผิดรูปอาจเกิดจากการปนเปื้อนมลพิษโรงงานที่ปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของผู้บริโภคสัตว์น้ำ

หลังจากเจ้าหน้าที่กรมประมงได้จัดเก็บตัวอย่างปลากระบอกผิดปกติ ส่งไปตรวจที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งสมุทรสาคร ก็ได้ผลการตรวจวิเคราะห์ คุณภาพน้ำคลองนิคม 2  พบว่าค่าออกซิเจนที่ละลายในน้ำ (DO) มีค่าต่ำกว่าเกณฑ์ที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของปลา ส่งผลต่อสุขภาพปลา เช่น ทำให้หายใจลำบาก เครียด อ่อนแอ และติดโรคง่าย หรือตายได้

ส่วนตัวอย่างปลากระบอกที่มีเนื้อเยื่อ/วัตถุสีดำติดบนตัวปลานั้น  ทางศูนย์ฯ ได้นำมาตรวจวินิจฉัยภายใต้กล้องจุลทรรศน์ไม่พบปรสิตภายนอก แต่พบวัตถุเป็นเม็ดเล็กๆ สีเข้มดำ ซึ่งไม่สามารถจำแนกได้ว่าเป็นอะไร ติดอยู่บนตัวปลา เมื่อทำการขูดเนื้อเยื่อ ออกจากตัวปลาพบว่า วัตถุนั้นแทรกเข้าไปได้เกล็ดปลาเพียงเล็กน้อย และเนื้อเยื่อของปลามีลักษณะปกติไม่มีแผลหรือลักษณะของการถูกทำลาย ผลจากการผ่าพิสูจน์ช่องท้อง ไม่มีการติดเชื้อในอวัยวะ ตับ ม้าม ไต มีลักษณะปกติ

ส่วนผลการตรวจเชื้อแบคทีเรียโดยการเขี่ยเชื้อจากบริเวณเนื้อเยื่อ/วัตถุสีดำ นำไปเลี้ยงบนอาหาร selective media ไม่พบการเจริญของเชื้อกลุ่ม Vibrio แต่พบเชื้อ Streptococcus และ Psuedomonas เจริญบนอาหารเลี้ยงเชื้อในปริมาณปานกลาง อย่างไรก็ตาม ทางศูนย์ฯ เสนอแนะให้เก็บตัวอย่างปลา/สัตว์น้ำที่มีอาการ/ลักษณะผิดปกติ ส่งให้กองวิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตว์น้ำททำการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม สำหรับในแหล่งน้ำธรรมชาติควรประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านสิ่งแวดล้อมเข้ามาร่วมตรวจสอบด้วย

กรณีประชาชนพบเจอสัตว์น้ำที่มีลักษณะผิดปกติ ทางศูนย์ให้คำแนะนำว่าอย่านำปลาไปบริโภคเพราะไม่ทราบแน่ชัดว่า อาการผิดปกตินั้นเกิดจากสาเหตุใด และไม่ควรจับหรือเคลื่อนย้ายปลาที่มีลักษณะหรืออาการผิดปกติไปยังแหล่งน้ำอื่น ควรกำจัตโดยการเผาหรือฝังร่วมกับการโรยปูนขาวในหลุม และไม่ทิ้งลงแหล่งน้ำ ขณะเดียวกันควรเฝ้าระวังคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำและบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ หากพบปลา/สัตว์น้ำมีอาการผิดปกติหรือตายเพิ่มเป็นจำนวนมาก ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม

ด้าน นายพูลศักดิ์ นิลเภตรา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ตำบลนาโคก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า  ล่าสุด ชาวบ้านได้จับ  “ ปลาเขือ ” ที่มีลักษณะผิดปกติเช่นเดียวกับปลากระบอก คือ  มีจุดดำกระจายทั่วลำตัว จึงติดต่อให้เจ้าหน้าที่กรมประมงเข้ามาจัดเก็บตัวอย่างปลาเขือผิดปกติส่งไปตรวจที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งสมุทรสาคร แต่ผลการวิเคราะห์ที่ได้ก็ยังคลุมเครือไม่ชัดเจนเช่นเดียวกับปลากระบอก  หากต้องการผลพิสูจน์ที่ชัดเจน ต้องเก็บตัวอย่างปลาผิดปกติที่ยังมีชีวิตอยู่ นำไปตรวจสอบ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมากเพราะทั้งปลากระบอกและปลาเขือ ถือเป็นปลาที่ใจเสาะ ขึ้นจากน้ำได้ไม่นานก็ตายหมด

ความจริงจังหวัดสมุทรสาคร เป็นเขตผังเมืองสีเขียว เส้นทแยงขาว เป็นพื้นที่อนุรักษ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม และการเกษตรกรรม เช่นเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเค็มและสัตว์น้ำกร่อยได้ ห้ามสร้างโรงงานอย่างเด็ดขาด แต่ปี 2559 รัฐบาล คสช.ออกคำสั่งอนุญาตให้จัดตั้งโรงงานหล่อหลอมโลหะได้ในโซนนี้  ทำให้มีโรงงานหลอมขยะอิเล็กทรอนิกส์เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก

นายพูลศักดิ์กล่าวว่า  ผมได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน กรณีโรงงานปล่อยกลิ่นเหม็น หมอกควัน ฝุ่นละออง และน้ำเสีย ทำให้คุณภาพน้ำเสื่อมโทรมลง ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนโดยรอบ   อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร  ชุดสุดซอย เคยเข้ามาตรวจพบโรงงานปล่อยน้ำเสียออกสู่สิ่งแวดล้อม และมีการฝังกลบกากอุตสาหกรรมลงดิน โรงงานถูกสั่งปิดกิจการชั่วคราวเพื่อปรับปรุงแก้ไขระบบจัดการของเสีย ปิดไม่กี่วัน โรงงานก็กลับมาเปิดได้ ปัญหามลพิษก็เกิดขึ้นอีก ผมอยากฝากการบ้านให้รัฐบาลชุดใหม่ บังคับใช้กฎหมายควบคุมมลพิษโรงงานอย่างจริงจัง โดยเข้มงวดมาตรฐานค่ามลพิษจากปล่องโรงงาน ควบคุมการจัดการของเสีย เพื่อให้โรงงานอุตสาหกรรมอยู่ร่วมกับชุมชนได้  ลดความเสี่ยงมลพิษและสร้างความมั่นคงทางอาหารให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

คิดนอกกรอบ “ปลูกข้าวสีชมพู”สู่ทุ่งนาสีสันเงินล้าน ต้นแบบเกษตรกรไทย

พลิกสวนยางพารา สู่ผืนนาสีสันที่กลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ดึงดูดนักท่องเที่ยวและพืชเศรษฐกิจมูลค่าสูง “ข้าวสีชมพู” ที่ “หลานย่ารีสอร์ทแอนด์คาเฟ่” ไม่ได้เป็นแค่ความสวยงาม แต่เป็นนวัตกรรมที่กำลังสร้างรายได้หลักล้าน และจุดประกายความหวังใหม่ให้แก่เกษตรกรในจังหวัดตรัง กำลังกลายเป็นที่กล่าวถึงอย่างแพร่หลายอยู่ในขณะนี้และเป็นจุดเช็คอินแห่งใหม่ที่มีกรุ๊ปทัวร์จากทั่วสารทิศไปเยี่ยมชม "หลานย่ารีสอร์ทแอนด์คาเฟ่" หมู่บ้านควนกุน ต.กะลาเส อ.สิเกา จ.ตรัง ของ "คุณสนอง แสนสุข" หรือ “เฮียอ๋อง” วัย 59 ปี ได้สร้างความฮือฮาด้วยการเปลี่ยนพื้นที่สวนยางพาราเดิมกว่า 2 ไร่...