Google search engine
หน้าแรกสังคม"พิเชษฐ์ - วิชชั่นใหม่" ดันการเงินไร้ดอกเบี้ย แก้หนี้เชิงโครงสร้าง

“พิเชษฐ์ – วิชชั่นใหม่” ดันการเงินไร้ดอกเบี้ย แก้หนี้เชิงโครงสร้าง

-

พรรควิชชั่นใหม่ หมายเลข 24 ยังคงเดินหน้าลงสนามเลือกตั้งปี 2569 ยอมรับว่ามีข้อจำกัดด้านงบประมาณและการหาเสียงเมื่อเทียบกับพรรคการเมืองใหญ่ ยืนยันเสนอ “นโยบายการเงินไร้ดอกเบี้ย” เป็นเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการแก้ปัญหาหนี้สินเชิงโครงสร้างของประเทศ

นายพิเชษฐ์ สถิรชวาล หัวหน้าพรรควิชชั่นใหม่ กล่าวว่า การหาเสียงของพรรคเป็นไปอย่างล่าช้า เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ ทำให้ไม่สามารถสื่อสารแนวคิดและนโยบายของพรรคได้ครบถ้วนทุกมิติ อย่างไรก็ตาม พรรคไม่เคยปิดบังสถานะของตนเอง และตระหนักดีว่าเป็นพรรคการเมืองขนาดเล็กที่อาจไม่ได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล

“เรารู้ตัวดีว่าเราไม่ได้มีทรัพยากรเท่าพรรคใหญ่ และไม่มีโอกาสเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่การเมืองไม่ควรมีไว้เฉพาะคนที่มีเงิน พรรควิชชั่นใหม่จึงเลือกทำในสิ่งที่คิดว่าจำเป็นต่อประเทศ หากมีโอกาสได้ร่วมรัฐบาล ไม่ว่าจะในสถานะใด เราจะสนับสนุนและผลักดันนโยบายการเงินไร้ดอกเบี้ยอย่างเต็มที่ เพราะนี่คือเรื่องโครงสร้าง ไม่ใช่เรื่องของพรรคใดพรรคหนึ่ง” นายพิเชษฐ์กล่าว

พิเชษฐ์ สถิรชวาล หัวหน้าพรรควิชชั่นใหม่ 

หัวหน้าพรรควิชชั่นใหม่ระบุว่า ปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้ SME เป็นระเบิดเวลาที่สะสมมานาน ระบบดอกเบี้ยทบต้นทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้ แม้มีความสามารถและความตั้งใจทำมาหากิน พรรคจึงเสนอให้ปฏิรูประบบการเงิน โดยเปิดทางให้มีสถาบันการเงินไร้ดอกเบี้ยตามหลัก “เศรษฐกิจมนุษย์” ซึ่งให้คุณค่ากับศักดิ์ศรีและความสามารถของคน มากกว่าการขูดรีดผลตอบแทนจากความทุกข์

ด้านนายธงรบ ด่านอำไพ ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 1 ของพรรค อธิบายว่า นโยบายการเงินไร้ดอกเบี้ยไม่ใช่การแจกเงิน และไม่ใช่การล้มระบบธนาคารเดิม แต่เป็นการเพิ่ม “ทางเลือกทางการเงิน” ให้กับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่ถูกระบบดอกเบี้ยผลักออกจากโอกาสทางเศรษฐกิจ

นายธงรบซึ่งมีประสบการณ์ด้านการเงินและเคยบริหารสถาบันการเงินอิสลาม ระบุว่า ระบบการเงินไร้ดอกเบี้ยทำงานบนหลักการร่วมลงทุน ไม่ใช่เจ้าหนี้–ลูกหนี้ คนที่ไม่มีเงินแต่มีความรู้ มีแรงงาน และมีความสามารถ สามารถเข้ามาเป็นหุ้นส่วนได้ โดยผลกำไรจะแบ่งปันตามสัดส่วน หากขาดทุนก็ร่วมกันรับความเสี่ยง ซึ่งแตกต่างจากระบบเดิมที่ความเสี่ยงตกอยู่กับลูกหนี้ฝ่ายเดียว

ธงรบ ด่านอำไพ ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 1 

“นี่คือพื้นฐานทางการเงินที่เป็นธรรมในระบอบประชาธิปไตย เพราะให้คุณค่าแก่มนุษย์อย่างเท่าเทียม ความสามารถของคนสามารถตีมูลค่าได้ ไม่ใช่วัดกันที่หลักทรัพย์หรือเครดิตเพียงอย่างเดียว เราเชื่อว่านี่คือทางออกระยะยาวของปัญหาความเหลื่อมล้ำ” นายธงรบกล่าว

นายธงรบยังเสนอแนวทางแก้ปัญหาหนี้ SME โดยให้ “แขวนหนี้เก่าไว้ก่อน” โดยไม่คิดดอกเบี้ยเพิ่มเติม จากนั้นนำเงินทุนใหม่ในรูปแบบการร่วมลงทุนเข้าไปฟื้นฟูกิจการ เมื่อธุรกิจกลับมามีกำไรแล้วจึงค่อยนำผลกำไรไปชำระหนี้เดิม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้ประกอบการและรัฐ มากกว่าการปล่อยให้กิจการล้มและกลายเป็นหนี้สูญ

ขณะที่นายสุโท สร้างคำ เลขาธิการพรรค กล่าวว่า พรรคกำลังเร่งปรับยุทธศาสตร์การหาเสียงด้วยการลงพื้นที่อย่างเข้มข้น โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะเริ่มจากจังหวัดอุดรธานี หนองคาย ขอนแก่น และขยายไปยังจังหวัดอื่น ๆ เพื่อสื่อสารนโยบายกับประชาชนโดยตรง

นายสุโทกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับพื้นที่ภาคใต้ นายพิเชษฐ์ในฐานะหัวหน้าพรรคจะเป็นผู้รับผิดชอบหลัก โดยจะเร่งลงพื้นที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งประชาชนมีความคุ้นเคยกับแนวคิดการเงินไร้ดอกเบี้ยอยู่แล้ว เนื่องจากสอดคล้องกับหลักศาสนาอิสลาม และเชื่อว่านโยบายนี้สามารถตอบโจทย์ปัญหาปากท้องของประชาชนในพื้นที่ได้จริง

สุโท สร้างคำ เลขาธิการพรรค

นายสุโท เปิดเผยอีกว่า สำหรับพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือ แกนนำและสมาชิกพรรคทุกคนจะร่วมกันระดมลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสื่อสารแนวคิดและนโยบายกับประชาชนโดยตรง แม้พรรคจะมีข้อจำกัดด้านทรัพยากร แต่จะใช้การทำงานร่วมกันของทีมเป็นหลัก เพื่อให้ประชาชนได้ทำความเข้าใจนโยบายการเงินไร้ดอกเบี้ยอย่างรอบด้าน

“พรรคยอมรับว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ยุทธศาสตร์สำคัญของพรรคจะมุ่งหวังไปที่คะแนนแบบบัญชีรายชื่อเป็นหลัก โดยหวังว่าประชาชนจะมองเห็นคุณค่าและให้โอกาสพรรควิชชั่นใหม่ได้เข้าไปทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อร่วมผลักดันแนวคิดเชิงโครงสร้างด้านเศรษฐกิจและการเงินที่พรรคเสนอไว้” นายสุโทกล่าว

นายสุโทกล่าวอีกว่า แม้จะมีจำนวนที่นั่งไม่มาก แต่การมีตัวแทนของพรรคอยู่ในสภาจะช่วยเปิดพื้นที่การถกเถียงเชิงนโยบาย และสะท้อนเสียงของประชาชนที่ต้องการทางเลือกใหม่ในการแก้ปัญหาหนี้สินและความเหลื่อมล้ำของประเทศ โดยเป้าหมายสูงสุดไม่ใช่เพียงจำนวนที่นั่งในสภา แต่คือการผลักดันการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจที่ให้คุณค่ากับมนุษย์ และเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถยืนบนขาของตนเองได้อย่างยั่งยืน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

คิดนอกกรอบ “ปลูกข้าวสีชมพู”สู่ทุ่งนาสีสันเงินล้าน ต้นแบบเกษตรกรไทย

พลิกสวนยางพารา สู่ผืนนาสีสันที่กลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ดึงดูดนักท่องเที่ยวและพืชเศรษฐกิจมูลค่าสูง “ข้าวสีชมพู” ที่ “หลานย่ารีสอร์ทแอนด์คาเฟ่” ไม่ได้เป็นแค่ความสวยงาม แต่เป็นนวัตกรรมที่กำลังสร้างรายได้หลักล้าน และจุดประกายความหวังใหม่ให้แก่เกษตรกรในจังหวัดตรัง กำลังกลายเป็นที่กล่าวถึงอย่างแพร่หลายอยู่ในขณะนี้และเป็นจุดเช็คอินแห่งใหม่ที่มีกรุ๊ปทัวร์จากทั่วสารทิศไปเยี่ยมชม "หลานย่ารีสอร์ทแอนด์คาเฟ่" หมู่บ้านควนกุน ต.กะลาเส อ.สิเกา จ.ตรัง ของ "คุณสนอง แสนสุข" หรือ “เฮียอ๋อง” วัย 59 ปี ได้สร้างความฮือฮาด้วยการเปลี่ยนพื้นที่สวนยางพาราเดิมกว่า 2 ไร่...