Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดยิ่งใหญ่มหกรรมกระบือแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ชิงถ้วยพระราชทาน

ยิ่งใหญ่มหกรรมกระบือแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ชิงถ้วยพระราชทาน

-

เมื่อวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 11.00 น. นายสัตวแพทย์ประภาส ภิญโญชีพ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานเปิด “งานมหกรรมกระบือแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ในงานวันเกษตรภาคอีสาน ประจำปี 2568 โดยมีนายชาญประเสริฐ พลซา ปศุสัตว์จังหวัดขอนแก่น กล่าวต้อนรับ นางสาวเยาวนิตย์ บุรีรักษา ปศุสัตว์เขต 4 กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงานฯ และมีหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ เกษตรกร และประชาชนผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานฯ ณ อุทยานเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยขอนแก่น อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น สำหรับในปีนี้ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศ กิจกรรมการประกวดกระบือ ประเภทแกรนด์แชมป์เปี้ยน กระบือดำ – กระบือเผือก (เพศผู้ – เพศเมีย) จำนวน 4 รางวัล

นายสัตวแพทย์ประภาส ภิญโญชีพ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า การจัดงานกระบือแห่งชาติส่งผลให้เกษตรกรเจ้าของกระบือจากทุกภูมิภาคของประเทศ ตื่นตัวในการพัฒนาสายพันธุ์กระบือของตนเอง ก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และเกิดความยั่งยืนในการเลี้ยงกระบือต่อไป สำหรับการประกวดกระบือคือ การนำเอากระบือที่ได้คัดเลือกแล้วว่าเป็นตัวที่ดีที่สุดของแต่ละฟาร์ม มาเปรียบเทียบลักษณะทางกายภาพ เพื่อเฟ้นหาตัวที่ดีที่สุด โดยมีคนกลางคือกรรมการเป็นผู้ตัดสินการประกวดกระบือ นับว่ามีความสำคัญต่อการพัฒนาพันธุ์กระบือเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นวิธีการที่จะทำให้ทราบว่ากระบือตัวใดเป็นตัวที่มีลักษณะยอดเยี่ยม เหมาะสมที่จะนำไปเป็นพ่อ – แม่พันธุ์ เพื่อพัฒนาพันธุ์กระบือให้เจริญก้าวหน้า และพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามกระบือตัวที่มีลักษณะดี ที่ชนะการประกวดนอกจากจะดีเฉพาะตัวแล้ว ยังจะต้องถ่ายทอดลักษณะดีไปสู่ลูกหลานอีกด้วย

ดังนั้น กระบือที่ได้รับรางวัลในสนามประกวดจะเป็นตัวที่ทำคะแนนสะสมให้กับพ่อแม่ ยิ่งถ้าพ่อ – แม่พันธุ์ตัวใดมีลูกที่ชนะการประกวดในสนาม พ่อ–แม่พันธุ์ตัวนั้นก็จะมีชื่อเสียง มีผู้ต้องการลูกนำไปขยายพันธุ์ ถ้าเป็นตัวพ่อพันธุ์จะมีผู้ต้องการน้ำเชื้อไปใช้อย่างกว้างขวาง ทำให้พันธุกรรมที่ดีกระจายไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีผลต่อการพัฒนาพันธุ์กระบือของประเทศเป็นอย่างยิ่ง จากเหตุผลดังกล่าวกรมปศุสัตว์ร่วมกับจังหวัดขอนแก่น ภาคส่วนต่างๆ ในจังหวัดขอนแก่น ตลอดจนภาคีเครือข่ายกระบือทั่วประเทศ ร่วมกันจัดงานมหกรรมกระบือแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ขึ้น ในระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2568 ภายในงานวันเกษตรภาคอีสาน ประจำปี 2568

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสนับสนุนการพัฒนากระบือของประเทศไทย สร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงแก่เกษตรกร รวมถึงส่งเสริมประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรและประชาชน ให้ความสนใจในการเลี้ยงกระบือ นอกจากนี้เพื่อเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ให้กับเกษตรกร และประชาชนผู้สนใจด้านการจัดการเลี้ยงกระบือ การปรับปรุงพันธุ์ การป้องกันโรคระบาด  การพัฒนาด้านเทคโนโลยีอาหารสัตว์และเทคโนโลยีการผลิตกระบือที่มีคุณภาพ เป็นเวทีพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการแสดงผลงานในการพัฒนาการผลิตกระบือ ตลอดห่วงโซ่การผลิต

สำหรับการประกวดในครั้งนี้ มีกระบือเข้าร่วมการประกวดจากทุกภาคของประเทศ ซึ่งกระบือที่ได้รับการพิจารณาว่ามีลักษณะดีที่สุดในการประกวด ส่วนกรรมการผู้ตัดสินการประกวดกระบือเป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านกระบือจากกรมปศุสัตว์ โดยการประกวดครั้งนี้ ได้กำหนดรุ่นการประกวดโดยใช้เกณฑ์อายุของกระบือตามบัตรประจำตัวสัตว์ และต้องมีเอกสารประกอบการรายงานตัวกระบือที่เข้าประกวดประกอบด้วย 1) บัตรประจำตัวสัตว์ที่ออกโดยกรมปศุสัตว์ หรือ 2) ใบพันธุ์ประวัติที่รับรองโดยกรมปศุสัตว์ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3) ต้องมีเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ติดอยู่ที่ตัวสัตว์ ได้แก่ การสักเบอร์ที่ใบหู เบอร์หู หรือฝังไมโครชิพ 4) มีใบรับรองการฉีดวัคซีนโรคปากเท้าเปื่อย และโรคคอบวมจากหน่วยงานของกรมปศุสัตว์ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างมาตรฐานในการประกวดกระบือของประเทศ ป้องกันการเกิดโรคในสัตว์ และส่งเสริมให้เกษตรกรนำสัตว์ไปขึ้นทะเบียน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเลี้ยงกระบือของเกษตรกรต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากคนเคยลำบาก…สู่เจ้าของร้านใจบุญข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ 60 บาทอิ่มไม่อั้น

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่บีบรัดผู้คนในทุกระดับ ยังมีเรื่องราวเล็กๆ ที่สะท้อน “ความอิ่ม” ที่ยิ่งใหญ่กว่าความอิ่มท้อง ร้านข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ “เป็นต่อ” ตั้งอยู่ริมถนนดอนตูม–นครปฐม ในพื้นที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม อาจเป็นเพียงร้านอาหารธรรมดาในสายตาใครหลายคน แต่สำหรับลูกค้าจำนวนมาก ที่นี่คือ “ที่พึ่งของความหิว” ด้วยราคาเพียง 60 บาท ลูกค้าสามารถตักข้าวราดแกงได้ไม่อั้น ไม่จำกัดเวลา มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด น้ำพริก ผักสด รวมถึงก๋วยเตี๋ยวไก่และขนมหวาน สลับหมุนเวียนไม่ซ้ำในแต่ละวัน จนกลายเป็นร้านยอดนิยมในเวลาเพียง 1 เดือน ลูกค้าทั้งในพื้นที่...