Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดเร่งแก้ปัญหาราคาสัตว์น้ำตกต่ำให้กับชาวประมง

เร่งแก้ปัญหาราคาสัตว์น้ำตกต่ำให้กับชาวประมง

-

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับคณะกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยถึงแนวทางความร่วมมือประเด็นปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเกษตร อาหาร และแปรรูป โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงนายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย

นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง ได้เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมประชุมหารือความร่วมมือกับคณะกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยว่า  การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือของภาครัฐและเอกชนในการพัฒนา แก้ไข และขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยให้เกิดผลเป็นรูปธรรม พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลวิชาการ องค์ความรู้ งานวิจัย และเทคโนโลยีให้เกิดสินค้าเกษตรมูลค่าสูง เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม  ภาคเอกชนมีวัตถุดิบคุณภาพสูงพร้อมแปรรูปส่งออกไปยังตลาดสากล ตามนโยบายตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้

สำหรับในส่วนของกรมประมงได้ร่วมมือกับหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในการสนับสนุนและผลักดันใช้วัตถุดิบสัตว์น้ำภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาราคาสัตว์น้ำตกต่ำ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชาวประมง ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยที่ผ่านมากรมประมงประสานความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาราคาสัตว์น้ำตกต่ำให้กับชาวประมงและสมาคมผู้รับซื้อ โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2567 กรมประมงได้เข้าร่วมการลงนามบันทึกความร่วมมือการรับซื้อวัตถุดิบสัตว์น้ำกลุ่มปลาโอของไทยจากเรือประมงไทยในปี 2568 ระหว่าง สมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย และ สมาคมประมงอวนล้อมจับ (ประเทศไทย)

ซึ่งเป็นความเห็นชอบร่วมกันระหว่าง 2 สมาคมฯ ในการใช้กลไกการตกลงราคามาช่วยแก้ไขปัญหาราคาสัตว์น้ำตกต่ำ โดยสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทยจะรับซื้อสัตว์น้ำกลุ่มปลาโอจากสมาคมประมงอวนล้อมจับ (ประเทศไทย) ในปี 2568 จำนวน 50,000 ตัน ซึ่งคิดเป็นมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท และจะหารือแนวทาง  การรับซื้อร่วมกันเป็นประจำทุกไตรมาส สำหรับสินค้ากลุ่มสัตว์น้ำที่กรมประมงจะดำเนินการต่อไป คือ วัตถุดิบปลาทะเลเพื่อนำไปผลิตเป็นเนื้อปลาบด (ซูริมิ)

“การหารือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารของไทยให้มีศักยภาพในการแข่งขันมากยิ่งขึ้น พร้อมสร้างอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่เกษตรกรชาวประมงและผู้ประกอบการในภาคส่วนต่าง ๆ ส่งผลให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจทางการเกษตรของประเทศอย่างแท้จริง” อธิบดีฯ กล่าว

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากความทรงจำวัยเด็ก…”จ่าเชฐ “สู่เจ้าสัวสวนทุเรียนมูซังคิง-หนมดำ” แห่งเมืองตรัง

แรงบันดาลใจมาจากวัยเด็กที่ทุเรียนเป็นของหายากในครอบครัว แม่ต้องนำมาทำเป็นข้าวเหนียวทุเรียนแบ่งให้พี่น้องรับประทาน จึงตั้งใจปลูกทุเรียนเป็นอาชีพเสริมควบคู่กับงานประจำ ทำให้ความฝันของ ร.ต.ต.ชัฏฐานนท์ ทองขาว อายุ 55 ปี เจ้าเจ้าที่ตำรวจ สภ.ย่านตาขาว จ.ตรัง เดินตามรอยที่ตั้งใจไว้ จากนั้น “จ่าเชฐ” พร้อมด้วยภรรยา จึงเปิดสวนทุเรียน หมู่ 7 ต.โคกสะบ้า อ.นาโยง บนพื้นที่ 5 ไร่ ปลูกทุเรียนสายพันธุ์มูซังคิงและหนามดำ...