ถ้านึกถึงข้าวยำ “คุณยายประไพ” ย้อนกลับไปเมื่อ 50 ปีก่อน ร้านเก่าๆแบบสไตล์บ้านบ้าน ด้านหน้าโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ คนรุ่นเก่าๆคงจดจำขึ้นในรสชาติข้าวยำคุณยายได้ดี เนื่องจากว่าในแถวปักษ์ใต้ ส่วนใหญ่ที่เดินทางมาหาหมอและมาเยี่ยมคนไข้ที่โรงพยาบาลฯ มักจะซื้อใส่หอใบตองไปรับประทานกัน ยุคนั้น เนื่องจากว่าเป็นอาหารท้องถิ่นหาทานง่าย จนกลายเป็นของกินยามเช้าที่นิยมเลือกทานกันในแถวปักษ์ใต้

หลังจาก “คุณยายประไพ” ย่างเข้าสู่วัยชราวัย 85 ปี ได้เปลี่ยนมือให้ลูกๆหลานๆได้สานต่อศาสตร์การทำอาหาร “ข้าวยำ” ปล่อยมือให้ลูกๆ จนกลายเป็นมรดกตกทอดมาสู่ครอบครัว วันนี้ทายาทรุ่นสอง ในฐานะเป็นหลานของคุณยายประไพ อย่าง “น้องอาร์ม-พิชญาทร รอดคล้าย” สายเลือดปักษ์ใต้ ที่ไม่ยอมให้มรดกอาหารท้องถิ่น ที่คุณสร้างเคยก่อร่าง สร้างตัวกับครอบครัว ได้หายไป จึงได้ช่วยคุณแม่สานต่อ “ข้าวยำยายประไพ”
“อาร์ม-พิชญาทร” เล่าว่า โดยส่วนตนกำลังศึกษาต่อปริญญาโท ด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม ยามว่างจะมาช่วยคุณแม่ขายข้าวยำกัน เพราะว่าไม่อยากให้ของดีปักษ์ใต้ ที่คุณยายมอบให้มาต้องสูญหายไป ซึ่งศาสตร์การทำข้าวยำ ไม่ได้ซับซ้อนมาก แต่ต้องมีเทคนิคการทำอาหาร อย่างการทำน้ำบูดู ต้องใช้เตาถ่านแบบโบราณ เคี่ยวน้ำให้ข้น (ใช้วิธีต้มแบบโบราณ) แต่ต้องเลือกใช้บูดูจากต้นตำรับอ.สายบุรี เพราะที่อำเภอแห่งนี้ขึ้นชื่อ เลือกปลาที่ดีมาทำ รวมถึง การทำหมวดข้าวยำ (เครื่องปรุง) จะใช้มะพร้าวแห้งชั้นดี ปลาป่นใช้ปลาทู ส่วนผัก จะใช้ผักท้องถิ่นใต้แบบสดๆ ปลอดสารพิษ เนื่องจากคนรุ่นใหม่ จะนิยมเลือกรับประทานผักที่ถูกหลักอนามัย ไร้สารตกค้าง จึงทำให้มีคุณค่าทางอาหารสูง
ล่าสุดได้มาร่วมออกงานฉลองต้มยำกุ้ง-เคบายา มรดกวัฒนธรรมของมนุษยชาติ ที่กรุงเทพฯ อย่างน้อยเป็นการเผยแพร่ “ข้าวยำปักษ์ใต้” อาหารท้องถิ่นให้รู้จักกันกว้างขึ้น เนื่องจากเป็นภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมการทำอาหารของชาวใต้ที่มีมายาวนาน ให้อยู่คู่สังคมคนท้องถิ่นใต้ไปอีกยาวนาน