Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดชาวนาศรีสะเกษ ปลื้ม..! "โรงสีสหกรณ์ฯ" รับซื้อข้าวเปลือกสดที่ 11.65 บาท/กก.

ชาวนาศรีสะเกษ ปลื้ม..! “โรงสีสหกรณ์ฯ” รับซื้อข้าวเปลือกสดที่ 11.65 บาท/กก.

-

ชาวนาศรีสะเกษ ปลื้ม..! “โรงสีสหกรณ์การเกษตรอำเภอเมืองศรีสะเกษ” รับซื้อข้าวเปลือกสดที่ 11.65 บาท/กก. 

เมื่อวันที่ 14พ.ย.67  บรรยากาศการเปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือกของ โรงสีสหกรณ์การเกษตรอำเภอเมืองศรีสะเกษ  พบว่ามีชาวนาในเขตอำเภอเมืองศรีสะเกษและอำเภอใกล้เคียง ต่างขนข้าวเปลือกสดที่เก็บเกี่ยวใหม่ๆ ด้วยรถกระบะและรถบรรทุกมาจำหน่ายจำนวนมาก โดยโรงสีสหกรณ์การเกษตรอำเภอเมืองศรีสะเกษเปิดตลาดนัดรับซื้อที่กิโลกรัมล่ะ 11.65 บาท สูงกว่าตลาดรับซื้อทั่วไป 10 สตางค์ต่อกิโลกรัม

อนุรัตน์ ธรรมประจำจิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ

นายบุญศรี ชัยวิเศษ ชาวนาจากบ้านหนองถ่ม ตำบลดู่ อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้ขนข้าวเปลือกสดมาจำหน่ายประมาณ 2 ตัน/เที่ยว ปีนี้นำมาขาย 4 เที่ยว ราคาตลาดทั่วไปรับซื้อกิโลกรัมละ 11.40 – 11.55 บาท  ขณะที่โรงสีสหกรณ์การเกษตรอำเภอเมืองศรีสะเกษ รับซื้อ 11.55 บาท แต่ช่วงตลาดนัดข้าวเปลือกระหว่าง 13 -15 พฤศจิกายน 2567 รับซื้อสูงกว่าท้องตลาด 10 สตางค์ ที่ราคา 11.65 บาท ซึ่งเงินที่ได้จะเอาไปใช้หนี้ ธกส. และ ค่ารถเกี่ยว โดยปีนี้ราคาสูงกว่าทุกปี ถือว่าทำนาคุ้มค่า

ขณะเดียวกัน นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้เข้าเยี่ยมจุดรับซื้อข้าวเปลือก พร้อมสอบถามชาวนาที่นำข้าวเปลือกมาขายอย่างใกล้ชิด ก็พบว่า ต่างพอใจที่โรงสีสหกรณ์การเกษตรอำเภอเมืองศรีสะเกษรับซื้อที่ราคา 11.65 บาท/กก นับว่าราคาสูงกว่าปีที่ผ่านมา ชาวนาก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้น มีผลตอบแทนที่คุ้มค่า แต่ก็ได้แนะนำให้แบ่งข้าวบางส่วนนำไปตากให้แห้งเอาไว้กินในครอบครัวและเอาไว้ขายหากราคาขยับสูงขึ้นกว่านี้ ถือว่าเป็นทุนรอนในยามฉุกเฉินได้

รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เน้นย้ำว่า อยากให้ชาวนาได้ตากข้าวให้แห้ง เป็นการชะลอการขายข้าว  ซึ่งจะทำให้ราคาข้าวสูงขึ้น คาดว่า ข้าวแห้งความชื้น 14 เปอร์เซ็นต์ ราคาอาจสูงกว่า 15 บาทต่อกิโลกรัม  ซึ่งหากรัฐบาลได้มีนโยบายชะลอการขายข้าวออกมา ก็จะส่งผลดีออกรอบแก่ชาวนา เพราะช่วงนี้เป็นการที่มีการเก็บเกี่ยวพร้อมกันทำให้มีผลผลิตจำนวนมาก จึงขอให้ชาวนาพยายามตากข้าวแห้งไว้รอขายด้วย เพราะจะได้ราคาสูงกว่า

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากความทรงจำวัยเด็ก…”จ่าเชฐ “สู่เจ้าสัวสวนทุเรียนมูซังคิง-หนมดำ” แห่งเมืองตรัง

แรงบันดาลใจมาจากวัยเด็กที่ทุเรียนเป็นของหายากในครอบครัว แม่ต้องนำมาทำเป็นข้าวเหนียวทุเรียนแบ่งให้พี่น้องรับประทาน จึงตั้งใจปลูกทุเรียนเป็นอาชีพเสริมควบคู่กับงานประจำ ทำให้ความฝันของ ร.ต.ต.ชัฏฐานนท์ ทองขาว อายุ 55 ปี เจ้าเจ้าที่ตำรวจ สภ.ย่านตาขาว จ.ตรัง เดินตามรอยที่ตั้งใจไว้ จากนั้น “จ่าเชฐ” พร้อมด้วยภรรยา จึงเปิดสวนทุเรียน หมู่ 7 ต.โคกสะบ้า อ.นาโยง บนพื้นที่ 5 ไร่ ปลูกทุเรียนสายพันธุ์มูซังคิงและหนามดำ...